เล่มที่ 47
ส่วนที่ 691
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 691 อ้างอิง: Book 47, Section 691 ประเภท: section
เนื้อหา
บทนั้นมีความดังนี้ พราหมณ์ไม่ปลีกออกจากสัจจะ ๓ อย่างดังกล่าว มาก่อนแล้ว เรียกชื่อว่าเป็นมุนี เพราะปฏิบัติปฏิปทาเพื่อความเป็นมุนี ตั้งอยู่ บนบกคือนิพพาน พราหมณ์นั้นแลสละคืนอายตนะทั้งหมดแล้ว เรากล่าวว่า เป็นผู้สงบ. มีอะไรยิ่งไปกว่านั้น มีคาถาว่า สเว วิทวา มุนีนั้นแล เป็นผู้รู้ ดังนี้เป็นต้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตฺวา ธมฺมํ คือรู้ธรรมอันปรุงแต่งโดยนัย มีความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น. บทว่า สมฺมา โส โลเก อริยาโน มุนี นั้นเป็นอยู่ในโลกโดยชอบ คือ เพราะละกิเลสอันทำให้เป็นอยู่โดยมิชอบเสียได้. ก็เมื่อไม่ทะเยอทะยานอย่างนี้ พึงทราบคาถาต่อไปว่า โยธ กาเม ผู้ใดข้าม กามทั้งหลายในโลกนี้ได้ ดังนี้เป็นต้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า สงฺคํ ธรรมเป็นเครื่องข้อง คือผู้ใดข้าธรรม เป็นเครื่องข้อง ๗ อย่างได้. บทว่า นาชฺเฌติ คือย่อมไม่เพ่งเล็ง. เพราะฉะนั้น ในบรรดาท่านทั้งหลาย ผู้ใดปรารถนาจะเป็นอย่างนี้ เรากล่าวถึงผู้นั้น. พึง ทราบคาถาต่อไปว่า ยํ ปุพฺเพ ดังนี้เป็นต้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า ปุพฺเพ คือกิเลสชาติและกรรมในอดีตปรารภ สังขารในอดีตเกิดขึ้นเป็นธรรมดา. บทว่า ปจฺฉา เต มาหุ กิญฺจนํ กิเลสชาติเครื่องกังวลในภายหลังอย่าได้มีแก่ท่าน คือ กิเลสชาติเครื่องกังวลมี ราคะเป็นต้นปรารภสังขารแม้ในอนาคตอย่าได้มีแก่ท่าน. บทว่า มชฺเฌ เจ โน คเหสฺสสิ หากท่านจักไม่ถือเอาในปัจจุบัน คือ หากท่านจักไม่ถือธรรม มีรูปในปัจจุบันเป็นต้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ