เล่มที่ 47
ส่วนที่ 657
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 657 อ้างอิง: Book 47, Section 657 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า ยมาหุ ในคาถาเป็นคำถาม. สมณพราหมณ์บางพวกกล่าว ทิฏฐิใด ว่าเป็นความจริงแท้. บทว่า เอกํ หิ สจฺจํ ในคาถาเป็นคำแก้ คือ สัจจะมีอย่างเดียว ได้แก่ นิโรธหรือมรรคเป็นสัจจะมีอย่างเดียว. บทว่า ยสฺมึ ปชาโน วิวเท ปชานํ ผู้ที่ทรามชัดมาทราบชัดอยู่ คือ ทรามชัดในสัจจะทราบชัดอยู่จะต้อง วิวาทเพราะสัจจะอะไรเล่า. บทว่า สยํ ถุนนฺติ สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อม กล่าวสัจจะให้ต่างกันออกไปด้วยตนเอง. บทว่า กสฺมา นุ ในคาถาเป็นคำถาม แปลว่า เพราะเหตุไรหนอ. บทว่า ปวาทิยาเส คือ กล่าวยกตน. บทว่า เต ตกฺกมนุสฺสรนฺติ คือ หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นระลึกตามความคาดคะเนของตน. บทว่า นเหว เป็นคาถาแก้ แปลว่า ไม่มีในโลกเลย. บทว่า อญฺตฺร สญฺาย นิจฺจานิ เว้นจากสัญญาว่าเที่ยงเสีย คือ เว้นเพียงสัญญา ว่าเที่ยงใช้ศัพท์ว่า สจฺจํ คือจริง. บทว่า ตกฺกํ จ ทิฏฺีสุ ปกปฺปยิตฺวา กำหนดความคาดคะเนในทิฏฐิทั้งหลาย คือ เพียงให้ความดำริผิดของตนเกิดใน ทิฏฐิทั้งหลาย. ก็เพราะบุคคลนั้นเกิดความวิตกขึ้นในทิฏฐิทั้งหลาย จึงเกิดทิฏฐิ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำมีอาทิว่า เจ้าทิฏฐิทั้งหลาย ยังทิฏฐิให้เกิด ให้เกิดพร้อมดังนี้ไว้ในนิเทศ. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อสัจจะต่าง ๆ ไม่มีอยู่ เพื่อจะทรงแสดง ถึงการปฏิบัติผิดของเจ้าทิฏฐิทั้งหลาย ผู้ระลึกถึงเพียงความคาคคะเนจึงได้ตรัส คาถาทั้งหลายมีอาทิว่า ทิฏฺเ สุเต ในรูปที่ได้เห็น ในเสียงที่ได้ฟัง ดังนี้ เป็นต้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ