เล่มที่ 47
ส่วนที่ 633
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 633 อ้างอิง: Book 47, Section 633 ประเภท: section
เนื้อหา
ลำดับนั้น มาคันทิยพราหมณ์ เพื่อจะทูลถามว่า ธรรมดาบรรพชิต ละกามอันเป็นของมนุษย์แล้วบวชเพื่อกามอันเป็นของทิพย์ แต่สมณะนี้ไม่ ปรารถนากามแม้เป็นของทิพย์ แม้อิตถีรัตนะนี้ก็ไม่ปรารถนา อะไรหนอเป็น ทิฏฐิของสมณะนี้ จึงกล่าวคาถาที่สอง. ในบทเหล่านั้น บทว่า เอตาทิสํ เจ รตนํ นางแก้วเช่นนี้ มาคัน- ทิยพราพมณ์กล่าวหมายถึง นางแก้วอันเป็นทิพย์. บทว่า นารึ มาคันทิยพราหมณ์ กล่าวหมายถึงธิดาของตน. การเห็นนั่นแหละคือทิฏฐิคตะ. บทว่า สีลวตํ นุ ชีวิตํ ได้แก่ ทิฏฐิ ศีล พรต และชีวิต. บท่วา ภวูปปตฺติญฺจ วเทสิ กีทิสํ คือ พระองค์ตรัสการเข้าถึงภพของพระองค์เช่นไร. สองคาถานอกจาก นี้มีความเชื่อมกันชัดแล้ว เพราะเป็นไปโดยนัยการตอบและการถาม. ในคาถาเหล่านั้น พึงทราบความสังเขปในคาถาต้นต่อไป. พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนมาคันทิยะ กิจที่เราวินิจฉัยในธรรมคือทิฏฐิ ๖๒ แล้วจึงยึดถือเอาว่า เรากล่าวอย่างนี้ว่า ข้อนี้เท่านั้นจริง ข้ออื่นเป็นโมฆะดังนี้ ย่อมไม่มีแก่เรา. เพราะเหตุไร เพราะเราเห็นโทษในทิฏฐิทั้งหลายอยู่ไม่ ยึดถือทิฏฐิไร ๆ เมื่อค้นคว้าสัจจะทั้งหลายก็ได้เห็นนิพพานอันเป็นความสงบ ภายใน เพราะราคะเป็นต้นในภายในสงบ. ในคาถาที่สองท่านกล่าวความสังเขปไว้ว่า ทิฏฐิเหล่าใดที่สัตว์ทั้งหลาย เหล่านั้นได้วินิจฉัยเพราะวินิจฉัยยึดถือเอาแล้วและกำหนดไว้แล้วโดยนัยมีความ ที่อันปัจจัยของตนปรุงแต่งแล้วเป็นต้น. มาคันทิยพราหมณ์ทูลว่า ข้าแต่พระมุนี พระองค์มิได้ทรงยึดถือทิฏฐิเหล่านั้นเลย ตรัสเนื้อความนี้ใดว่า ความสงบ ณ ภายใน เนื้อความนั้นอันนักปราชญ์ทั้งหลายประกาศไว้อย่างไรหนอ ขอพระองค์ จงตรัสบอกแก่ข้าพระองค์เถิด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ