เล่มที่ 47
ส่วนที่ 562
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 562 อ้างอิง: Book 47, Section 562 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็ในบทว่า กิญฺจ ทฺวยตํ วเทถ เธอทั้งหลายกล่าวอะไรว่าเป็น ธรรม ๒ อย่างนี้ มีอธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หากจะมีผู้ถามว่า ท่านผู้เจริญ ท่านทั้งหลายกล่าวอะไรว่าเป็นธรรม ๒ อย่าง. มีความว่า ท่านทั้งหลายกล่าวความเป็นธรรม ๒ อย่างคืออะไร. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงความเป็นธรรม ๒ อย่างจึงตรัสคำมี อาทิอย่างนี้ว่า อิทํ ทุกฺขํ นี้ทุกข์. ในบทนั้น ธรรมคืออริยสัจ ๔ เป็นธรรม ๒ ส่วน การพิจารณาเห็นเนือง ๆ ด้วยการเห็นทุกข์พร้อมด้วยเหตุอันเป็นส่วน หนึ่งของโลกิยะอย่างนี้ว่า นี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิดทุกข์ นี้เป็นข้อหนึ่ง. การพิจารณา เห็นเนือง ๆ ด้วยการเห็นนิโรธ (ความดับทุกข์) พร้อมด้วยอุบายอันเป็นส่วน ที่สองของโลกุตระเป็นข้อที่สอง. อนึ่ง ในบทนี้ข้อที่หนึ่งสำเร็จได้ด้วยวิสุทธิ ที่ ๓ ที่ ๔ ข้อที่สองสำเร็จได้ด้วยวิสุทธิที่ ๕. บทว่า เอวํ สมฺมา ทฺวยตา- นุปสฺสิโน ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมเป็นธรรม ๒ อย่างโดยชอบเนือง ๆ อย่างนี้ ความว่า ภิกษุพิจารณาเห็นธรรมเป็นธรรม ๒ อย่างโดยชอบตามนัยที่กล่าว แล้วนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท เพราะไม่อยู่ปราศจากสติ เป็นผู้มีความเพียร เพราะ มีความเพียรเผากิเลสทางกายและทางจิต เป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว เพราะหมดความ เพ่งเล็งในกายและชีวิต. บทว่า ปาฏิกงฺขํ คือ พึงปรารถนา. บทว่า ทิฏฺเว ธมฺเม อญฺา ได้แก่ อรหัตผลในปัจจุบันนี้. บทว่า สติ วา อุปาทิ- เสเส อนาคามิตา เมื่อยังมีความยึดมั่นเหลืออยู่เป็นพระอนาคามี ความว่า ยังมีความยึดมั่นขันธ์เหลืออยู่ โดยเกิดอีก ท่านเรียกว่า อุปาทิเสสํ คือ ยังมีความยึดมั่นเหลืออยู่ ท่านแสดงว่า เมื่อยังมีความยึดมั่นเหลืออยู่นั้น พึง หวังความเป็นพระอนาคามี. ในบทนั้น แม้ผลเบื้องต่ำก็ยังมีแก่ภิกษุผู้พิจารณา เห็นธรรมเป็นธรรม ๒ อย่างเนือง ๆ อย่างนี้ ก็จริง ถึงดังนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะยังความอุตสาหะให้เกิดในผลเบื้องสูงจึงตรัสอย่างนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ