เล่มที่ 47
ส่วนที่ 546
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 546 อ้างอิง: Book 47, Section 546 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อลีนจิตฺโต จ สิยา พึงเป็นผู้มีจิตไม่ท้อแท้ ความว่า พึง เป็นผู้มีจิตไม่เกียจคร้าน เพราะทำให้มั่นคงในการบำเพ็ญกุศลธรรมเป็นนิจ. บทว่า น จาปิ พหุ จินฺตเย ไม่พึงคิดมาก คือ ไม่พึงคิดมากโดยวิตก ถึงญาติ ชนบท และเทวดา. บทว่า นิรามคนฺโธ อสิโต พฺรหฺมจริย- ปรายโน เป็นผู้ไม่มีกลิ่นดิบ อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัยแล้วมีพรหมจรรย์ เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ความว่า เป็นผู้ไม่มีกิเลส อันตัณหาและทิฏฐิไม่อาศัย แล้วในภพไหน ๆ พึงเป็นผู้มีไตรสิกขา และศาสนาพรหมจรรย์ทั้งสิ้นเป็นที่ ไปในเบื้องหน้าทีเดียว. บทว่า เอกาสนสฺส เพื่อการนั่งผู้เดียว คือ นั่งในที่สงัด. ในบทนี้ ท่านกล่าวถึงอิริยาบถทั้งหมดด้วยหัวข้อว่า อาสนะ. พึงทราบว่าท่านอธิบาย ไว้ว่า พึงศึกษาเพื่อความเป็นผู้เดียวในทุกอิริยาบถ. อนึ่ง บทว่า เอกาสนสฺส นี้ เป็นจตุตถีวิภัตติ แปลว่า เพื่อการนั่งผู้เดียว. บทว่า สมณุปาสนสฺส จ เพื่อประกอบภาวนาที่สมณะพึงอบรม ความว่า เพื่อประกอบภาวนามีอารมณ์ ๓๘ อันสมณะพึงอบรม หรือ เพื่อประเภทแห่งอารมณ์ ๓๘ อันเป็นที่อบรม ของสมณะทั้งหลาย. แม้บทนี้ก็เป็นจตุตถีวิภัตติเหมือนกัน. ท่านอธิบายว่า เพื่ออบรม. อนึ่ง ในบทนี้พึงทราบว่า ท่านกล่าวถึงกายวิเวกด้วยการนั่งผู้เดียว กล่าวถึงจิตตวิเวกด้วยการอบรมของสมณะ. บทว่า เอกนฺตํ โมนมกฺขาตํ ความเป็นมุนีที่เราบอกแล้วโดยส่วนเดียว ความว่า เราบอกแล้วว่าเป็นมุนีโดย ส่วนเดียวด้วยกายวิเวกและจิตตวิเวก ด้วยประการฉะนี้. ก็บทว่า เอโก เว อภิรมิสฺสสิ ท่านผู้เดียวเเลจักอภิรมย์นี้ เป็นบทมุ่งหมายถึงคาถาต่อไป. พึง เชื่อมด้วยบทนี้ว่า อถ ภาสิหิ ทส ทิสา ทีนั้นท่านจงประกาศไปตลอดทั้งสิบ ทิศ. บทว่า ภาสิหิ คือท่านจักกล่าว จักประกาศ. อธิบายว่า เมื่อท่านเจริญ ปฏิปทานี้ จักเป็นผู้ปรากฏด้วยเกียรติในทุกทิศ. เนื้อความแห่งบท ๔ บท มี อาทิว่า สุตฺวา ธีรานํ นี้มีอธิบายดังต่อไปนี้ ท่านจงประกาศไปตลอดทั้งสิบทิศ ด้วยการประกาศถึงเกียรติ ท่านได้ฟังเสียงประกาศเกียรติของนักปราชญ์ทั้งหลาย ผู้เพ่งฌาน ผู้สละกามแล้ว แต่นั้นไม่ฟุ้งซ่านพึงกระทำหิริและศรัทธาให้ยิ่งในรูป ละอาการประกาศนั้น ยังศรัทธาให้เกิดขึ้นว่านี้เป็นปฏิปทาเพื่อนำออกไปแล้ว เพิ่มพูนการปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไปทีเดียว. บทว่า มามโก ความว่า เมื่อเป็น เช่นนี้ก็เป็นสาวกของเราได้. บทว่า ตํ นทีภิ ท่านจะรู้แจ่มแจ้งคำที่เรากล่าว นั้นด้วยการแสดงแม่น้ำทั้งหลาย ความว่า คำใดที่เรากล่าวว่า ท่านพึงกระทำ หิริและศรัทธาให้ยิ่งขึ้นไป กล่าวว่าไม่ควรทำความฟุ้งซ่าน ท่านจงรู้คำที่เรา กล่าวนั้นด้วยการแสดงตัวอย่างแม่น้ำนี้และท่านจงรู้ความตรงกันข้ามกับคำที่เรา กล่าวนั้นทั้งในเหมืองและในหนอง. บทว่า โสพฺเภสุ คือ เหมือง. บทว่า ปทเรสุ คือแม่น้ำ. เป็นอย่างไร. บทว่า สนนฺตา ยนฺติ กุสุพฺภา ตุณฺหี ยนฺติ มโหทธิ แม่น้ำห้วยย่อมไหลดังโดยรอบ แม่น้ำใหญ่ย่อมไหลนิ่ง ความ ว่า เป็นความจริง แม่น้ำห้วยคือแม่น้ำเล็ก ๆ ทั้งหมดมีเหมืองและหนองเป็นต้น ย่อมไหลดัง ส่วนแม่น้ำใหญ่มีแม่คงคาเป็นต้นย่อมไหลนิ่ง ผู้ไม่ถือพระพุทธเจ้า ว่าเป็นของเรา ย่อมเป็นผู้ฟุ้งซ่านว่า เราบำเพ็ญปฏิปทาของมุนีอย่างนี้ ส่วน ผู้เป็นพุทธมามกะคือถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นของเรา ยังหิริและศรัทธาให้เกิด เป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ