เล่มที่ 47
ส่วนที่ 541
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 541 อ้างอิง: Book 47, Section 541 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า ส ฌานปฺปสุโต ธีโร ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้ขวนขวายในฌาน เป็นนักปราชญ์ ความว่า ภิกษุนั้นเป็นผู้ขวนขวายคือประกอบเนือง ๆ ในฌาน ทั้งหลายด้วยอาวัชชนะ สมาปัชชนะ อธิฏฐานะ วุฏฐานะ และปัจจเวกขณะ เป็นนักปราชญ์คือสมบูรณ์ด้วยปัญญา. บทว่า วนนฺเต รมิโต สิยา คือ พึงยินดีในป่า. ท่านอธิบายว่า ไม่พึงยินดีในเสนาสนะใกล้บ้าน. บทว่า ฌาเยถ รุกฺขมูลสฺมึ อตฺตานมภิโตสยํ พึงทำจิตให้ยินดียิ่งเพ่งฌานอยู่ที่โคนต้นไม้ ความว่า ไม่พึงขวนขวายโลกิยฌานอย่างเดียวเท่านั้น ที่แท้พึงทำจิตให้ยินดียิ่ง เพ่งแม้ด้วยโลกุตรฌานทีสัมปยุตด้วยโสดาปัตติมรรคเป็นต้นที่โคนต้นไม้นั้น แล จริงอยู่จิตย่อมยินดีเหลือเกินในโลกุตรฌานเหล่านั้น เพราะถึงซึ่งความ โล่งใจอย่างยิ่ง มิใช่ยินดีด้วยอย่างอื่น ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส ว่า อตฺตานมภิโตสยํ พึงทำจิตให้ยินดียิ่งดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความยินดีในเสนาสนะป่า และพระอรหัต เพราะความเป็นผู้ขวนขวายในฌานด้วยพระคาถานี้ ด้วยประการฉะนี้. บัดนี้ เพราะพระนาลกเถระฟังพระธรรมเทศนานี้แล้วเข้าไปสู่ป่าอดอาหารได้เป็นผู้ ขวนขวายยิ่งในการบำเพ็ญปฏิปทา แม้อดอาหารก็ไม่สามารถบำเพ็ญสมณธรรม ได้เมื่อพระนาลกเถระบำเพ็ญอยู่อย่างนั้น ชีวิตก็ลำบาก แต่เมื่อกิเลสยังไม่เกิด ควรแสวงหาอาหาร นี้เป็นระเบียบในเรื่องนี้ ฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อ ทรงแสดงว่า ควรเที่ยวบิณฑบาตในวันต่อ ๆ ไป กิเลสทั้งหลายก็จะไม่เกิดขึ้น เมื่อจะตรัสภิกขาจารวัตรจบด้วยการบรรลุพระอรหัต จึงได้ตรัสคาถา ๖ คาถามี อาทิว่า ตโต รตฺยา วิวสเน เมื่อราตรีล่วงไปแล้ว ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ