เล่มที่ 47
ส่วนที่ 494
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 494 อ้างอิง: Book 47, Section 494 ประเภท: section
เนื้อหา
เรากล่าวผู้องอาจ เพราะเช่นกับโคอุสภะ เพราะไม่มีความหวาดสะดุ้ง ผู้ประเสริฐ เพราะสูงสุด ผู้เป็นนักปราชญ์ เพราะถึงพร้อมด้วยความเพียร ผู้แสวงหาคุณใหญ่ เพราะแสวงหาศีลขันธ์เป็นต้นใหญ่ ผู้ชนะ เพราะชนะมาร ๓ จำพวก ผู้ล้างคือล้างกิเลสได้หมด ผู้ตรัสรู้ เพราะตรัสรู้อริยสัจ ๔ ว่าเป็น พราหมณ์. เรากล่าวผู้ระลึกชาติก่อน ๆ ได้ ผู้เห็นสวรรค์คือเทวโลก ๒๖ และ อบาย ๔ อย่าง ด้วยทิพยจักษุ ผู้บรรลุพระอรหัตกล่าวคือการสิ้นชาติ ว่าเป็น พราหมณ์. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสกะพราหมณ์ โดยคุณธรรมอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงแสดงว่า คนเหล่าใดทำความยึดถือ ว่าเป็นพราหมณ์โดยกำเนิด คนเหล่านั้นไม่รู้จักโวหารนี้ อนึ่งความเห็นของคนเหล่านั้นเป็นทิฏฐิชั่ว จึง ตรัสสองคาถาว่า สมญฺา เหสา ดังนี้เป็นต้น. บทนั้นมีความดังนี้ นามและโคตรที่เขากำหนดกันเป็นบัญญัติในโลก ว่าเป็นพราหมณ์ เป็นกษัตริย์ เป็นภารทวาชมาณพ เป็นวาเสฏฐมาณพ นี้พึง ทราบว่าเป็นเพียงโวหารบัญญัติกันขึ้น. เพราะเหตุไร. เพราะนามและโคตร มาแล้ว เพราะรู้ตามกันมา เพราะนามและโคตรนั้นเขากำหนดรู้กันได้ด้วยญาติ และสาโลหิตในกาลที่เขาเกิดแล้วนั้น ๆ นั่นเอง หากไม่พึงกำหนดนามและโคตร ไว้อย่างนี้ ใคร ๆ เห็น ใคร ๆ ก็จะไม่พึงรู้ได้ว่า ผู้นี้เป็นพราหมณ์ หรือเป็น ภารทวาชมาณพ. นามและโคตรที่กำหนดไว้แล้วอย่างนี้ เป็นความเห็นของ พวกไม่รู้ซึ่งสืบเนื่องกันมาสิ้นกาลนาน นามและโคตรที่กำหนดไว้สืบเนื่อง เป็น ความเห็นกันมาในหัวใจของสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่รู้สิ้นกาลนานว่า นี้สักว่าเป็นนาม และโคตร กำหนดไว้เพียงสำหรับเรียกชื่อกัน ชนทั้งหลายผู้ไม่รู้ ย่อมเรียก นามและโคตรนั้น ว่าเป็นพราหมณ์โดยชาติ เพราะนามและโคตรนั้นสืบเนื่อง กันมา ท่านอธิบายว่า ผู้ไม่รู้เท่านั้นย่อมกล่าวอย่างนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ