เล่มที่ 47
ส่วนที่ 492
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 492 อ้างอิง: Book 47, Section 492 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า นิราสยํ คือไม่มีตัณหา. บทว่า วิสํยุตฺตํ คือ พรากจาก กิเลสทั้งหมด เรากล่าวผู้ทีไม่มีตัณหา ผู้พรากจากกิเลสนั้น ว่าเป็นพราหมณ์. บทว่า อาลยา ได้แก่ ตัณหา. บทว่า อญฺาย อกถํกถี รู้ทั่วถึง คือรู้วัตถุ ๘ ตามความเป็นจริง ไม่มีความสงสัยด้วยความสงสัยในวัตถุ ๘. บท ว่า อมโตคธํ อนุปฺปตฺตํ ความว่า ผู้หยั่งลงสู่อมตะคือนิพพาน เรากล่าวผู้ นั้น ว่าเป็นพราหมณ์. บทว่า อุโภ ความว่าละทิ้งบุญและบาปแม้ทั้งสองอย่าง. บทว่า สงฺคํ คือ ธรรมเป็นเครื่องข้องมีราคะเป็นต้น. บทว่า อุปจฺจคา คือก้าวล่วงแล้ว เรากล่าวบุคคลผู้ไม่เศร้าโศก ด้วยความโศกอันมีวัฏฏะเป็นมูล ผู้ปราศจากธุลี เพราะไม่มีธุลีคือราคะเป็นต้นในภายใน ผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่มีอุปกิเลส ว่าเป็น พราหมณ์. เรากล่าวบุคคลผู้ไม่มีมลทิน คือเว้นจากมลทินมีหมอกเป็นต้น ผู้ บริสุทธิ์ คือไม่มีอุปกิเลส ผู้ผ่องใสคือมีจิตผ่องใส ผู้ไม่ขุ่นมัวคือเว้นจากความ ขุ่นมัวคือกิเลส ผู้สิ้นความยินดีในภพ คือสิ้นตัณหาในภพ ๓ ว่าเป็นพราหมณ์. เรากล่าวภิกษุผู้ล่วงทางอ้อมคือราคะ หล่มคือกิเลส สังสารวัฏ โมหะ คือความไม่รู้แจ้งอริยสัจ ๔ เป็นผู้ข้ามโอฆะ ๔ เป็นผู้ถึงฝั่ง เป็นผู้เพ่งด้วยฌาน สองอย่าง เป็นผู้ไม่หวั่นไหว เพราะไม่มีตัณหา เป็นผู้ไม่มีสงสัย เพราะ หมดความสงสัย เป็นผู้ดับ เพราะดับกิเลส ไม่ยึดมั่นเพราะไม่มีอุปาทาน ว่าเป็นพราหมณ์.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ