เล่มที่ 47
ส่วนที่ 487
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 487 อ้างอิง: Book 47, Section 487 ประเภท: section
เนื้อหา
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงถึงความที่เกิดต่างกันนี้ว่าเป็น พราหมณ์ เป็นกษัตริย์ แม้ในสัตว์ทั้งหลายที่ต่างกันโดยชาติอย่างนี้ จึงตรัส คาถาว่า ปจฺจตฺตํ เฉพาะตน. บทนั้นมีความว่า ความต่างกันแห่งสัณฐาน มีผมเป็นต้นนี้ที่สำเร็จมาแต่กำเนิด ย่อมไม่มีในสรีระของตน ๆ แห่งพราหมณ์ เป็นต้น เฉพาะในมนุษย์ทั้งหลายเลย ดุจของสัตว์ดิรัจฉาน ก็เมื่อไม่มีความ ต่างกัน แต่ความต่างกันอันเป็นวิธีบอกให้รู้ว่าต่างกัน คือ เป็นพราหมณ์ เป็นกษัตริย์ในมนุษย์ทั้งหลาย ท่านกล่าวไว้โดยสมัญญา คือกล่าวเพียงเป็น โวหาร. ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงข่มวาทะของภารทวาช พราหมณ์ ผิว่า จะพึงเป็นพราหมณ์ได้เพราะชาติ แม้ผู้ที่มีอาชีววิบัติ ศีลวิบัติ อาจารวิบัติก็พึงเป็นพราหมณ์ได้ ก็เพราะพราหมณ์ทั้งหลายเก่า ๆ ไม่ปรารถนา คนนั้นเป็นพราหมณ์ แม้มนุษย์ผู้เป็นบัณฑิตเหล่าอื่นในโลกก็ไม่ปรารถนา ฉะนั้น เพื่อจะยกย่องวาทะของพราหมณ์ เมื่อจะทรงแสดงวาทะนั้น จึงตรัส คาถา ๘ คาถามีอาทิว่า โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ ก็ในมนุษย์ทั้งหลาย ผู้ใด ผู้หนึ่งอาศัยโครักขกรรมเลี้ยงชีพเป็นต้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า โครกฺขํ ได้แก่ ดูแลนา. อธิบายว่า ทำกสิกรรม. อันที่จริงแผ่นดินท่านเรียกว่า โค ก็ผืนแผ่นดินนั้นท่านเรียกว่า เขต. บทว่า ปุถุสิปฺเปน ได้แก่ ศิลปะมีการทอหูกเป็นต้น. บทว่า โวหารํ ได้แก่ การ ค้าขาย. บทว่า ปรเปสฺเสน ได้แก่ ด้วยการรับใช้ผู้อื่น. บทว่า อิสฺสตฺถํ ได้แก่ ใช้อาวุธเลี้ยงชีพ ท่านอธิบายว่า ลูกศร และศัสตรา. บทว่า โปโรหิจฺเจน ด้วยความเป็นปุโรหิต คือด้วยการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ