เล่มที่ 47
ส่วนที่ 482
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 482 อ้างอิง: Book 47, Section 482 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อหํ โปกฺขรสาติสฺส ตารุกฺขสฺสาย มาณโว ความว่า ว่าเสฏฐมาณพ เมื่อจะแสดงถึงคุณสมบัติของตน จึงกล่าวถึงคุณสมบัติของ อาจารย์โดยอธิบายว่า ข้าพระองค์เป็นอันเตวาสิกผู้ใหญ่ ของโปกขรสาติ- พราหมณ์ ภารทวาชมาณพนี้เป็นศิษย์ผู้เลิศของตารุกขพราหมณ์. บทว่า เตวิชฺชานํ ได้แก่ ไตรเพท. บทว่า เกวลิโน คือถึงความสำเร็จ. บัดนี้ วาเสฏรมาณพ เมื่อจะยังความเป็นผู้สำเร็จนั้นให้กว้างขวางต่อไป จึงกราบทูล ว่า ปทกสฺมา ฯเปฯ สาทิสา ข้าพระองค์เป็นผู้เข้าใจในตัวบท และเป็นผู้ ชำนาญในไวยากรณ์ในเวท เช่นกับอาจารย์. ในบทเหล่านั้น บทว่า ชปฺเป ได้แก่ ในเวท. บทว่า กมฺมุนา ได้แก่ กรรมคือ กุศสกรรมบถ ๑๐ อย่าง. วาเสฏฐมาณพนี้ กล่าวว่า ยโต โข โภ สีลวา จ โหติ ท่านผู้เจริญ บุคคลผู้มีศีล ดังนี้ หมายถึงกายกรรมและวจีกรรม ๗ อย่าง ในกาลก่อน กล่าวว่า วตฺตสมฺปนฺโน ถึงพร้อมด้วยวัตรหมายถึง มโนกรรม ๓ อย่าง. เพราะว่า วาเสฏฐมาณพนั้นประกอบแล้วด้วยวัตรนั้น เป็นผู้ถึงพร้อมด้วย มารยาท. บัดนี้ วาเสฏฐมาณพเมื่อจะแสดงกรรมนั้นโดยระหว่างคำ จึงกล่าวว่า อหญฺจ กมฺมุนา พฺรูมิ ข้าพระองค์กล่าวว่าบุคคลเป็นพราหมณ์เพราะกรรม บทว่า ขยาตีตํ คือ พระจันทร์เต็มดวง. บทว่า เปจฺจ คือ เข้าไปใกล้แล้ว บทว่า นมสฺสนฺติ คือ ทำความนอบน้อม. บทว่า จกฺขุํ โลเก สมุปฺปนฺนํ พระโคดมผู้มีจักษุผู้อุบัติขึ้นดีแล้วในโลก ความว่า พระโคดมผู้มีพระจักษุด้วย การกำจัดความมืดนั้น แล้วทรงชี้ถึงประโยชน์มีประโยชน์ปัจจุบันเป็นต้น ของโลก ทรงอุบัติขึ้นดีแล้วในโลกอันมืดด้วยอวิชชา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ