เล่มที่ 47
ส่วนที่ 53
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 53 อ้างอิง: Book 47, Section 53 ประเภท: section
เนื้อหา
คำว่า ยถา เป็นคำอุปมา ยอดของต้นไม้นั้นบานแล้ว เหตุนั้น ต้นไม้นั้น ชื่อว่า ผุสิตคฺเค มียอดบานแล้ว อธิบายว่า มีดอกเกิดแล้ว ที่กิ่งน้อยกิ่งใหญ่ทุกกิ่ง. คำว่า ผุสิตคฺโค นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า ผุสิตคฺเค โดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในตอนต้นนั้นแล. บาทพระคาถาว่า คิมฺหานมาเส ปมสฺมึ คิมฺเห ได้แก่ ใน เดือนหนึ่ง บรรดาเดือนในฤดูร้อน ๔ เดือน ถ้าหากว่าจะกล่าวว่าในเดือนใด เดือนหนึ่ง ก็ต้องอธิบายว่า ในเดือนจิตรมาส (เดือน ๔) อันเริ่มฤดูร้อนแรก จริงอยู่ เดือนจิตรมาสนั้น ท่านเรียกว่า ปมคิมฺโห (ฤดูร้อนเดือนแรก) และ ว่า พาลวสนฺโต (ฤดูใบไม้เริ่มผลิ) บทต่อแต่นั้นเนื้อความปรากฏชัดแล้ว ทั้งนั้น. ก็คำว่า ปมคิมฺเห นี้ ในคาถานี้ มีการประมวลมาเป็นอรรถ กอ ไม้ซึ่งได้ปริยายนามว่า พุ่มไม้อ่อน ๆ ที่มีกิ่งยอดผลิบานสะพรั่ง ในป่าอันหนา แน่นด้วยต้นไม้นานาชนิด ในวสันตฤดูอ่อน ๆ ซึ่งชื่อว่าปฐมคิมหะ จัดว่า เป็นป่าที่สวยงามอย่างยิ่งฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงปริยัติธรรม อันประเสริฐที่ให้ถึงพระนิพพาน โดยทรงแสดงหนทางให้ถึงพระนิพพาน หา ใช่แสดงเพราะเหตุแห่งลาภ หรือเพราะเหตุแห่งสักการะเป็นต้นไม่ แต่ พระองค์เป็นผู้มีพระทัยประกอบด้วยอุตสาหะ และเอ็นดูอย่างยิ่ง ได้ทรงแสดง ด้วยพระมหากรุณาอย่างเดียว เพื่อประโยชน์สุขอย่างยิ่งเเก่สัตว์ทั้งหลาย อุปมา ฉันนั้น เพราะความที่แห่งพระธรรมของพระองค์ เป็นธรรมที่มีสิริ คือ ความ งามอย่างยิ่ง ด้วยดอกอันต่างด้วยประโยชน์นานัปกร มีขันธ์ อายตนะ เป็น ต้น หรือมีสติปัฏฐานและสัมมัปปธานเป็นต้น หรือมีศีลขันธ์และสมาธิขันธ์ เป็นต้น ฉันนั้นเหมือนกัน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ