เล่มที่ 47

ส่วนที่ 14

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 14 อ้างอิง: Book 47, Section 14 ประเภท: section


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประกอบเหตุนั้นอย่างนี้แล้ว จึงทรงประกอบ ภูตให้ตั้งใจฟังคำภาษิตของพระองค์ ได้ทรงเริ่มเพื่อจะตรัสคำที่ควรฟังว่า เมตฺตํ กโรถ มานุสิยา ปชาย ขอจงแผ่เมตตาจิตไปในหมู่มนุษย์ ดังนี้. เนื้อความแห่งพระคาถานั้นว่า หมู่สัตว์คือมนุษย์นี้ใด อันอุปัทวะทั้ง ๓ ประทุษร้ายแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงเข้าไปตั้งเมตตา คือ มิตรภาพ ได้แก่ ความเป็นผู้มีอัธยาศัยเกื้อกูลในหมู่สัตว์ที่เป็นมนุษย์นั้น แต่อาจารย์บางพวก เรียกมนุษย์ว่า ปชา คำนั้นไม่ถูก เพราะไม่ได้เป็นสัตตมีวิภัติ และอาจารย์ พวกอื่นก็พรรณนาเนื้อความแม้ใดไว้ เนื้อความแม้นั้นก็ไม่ถูก แต่ในคาถานี้มี อธิบายว่า เราหาได้เรียก (อย่างนั้น ) ด้วยกำลังแห่งความเป็นใหญ่ว่า เป็นพระ พุทธเจ้าไม่ แต่สิ่งใดเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ท่านทั้งหลายด้วย แก่หมู่มนุษย์ ด้วย เราก็ได้กล่าวสิ่งนั้นว่า ท่านทั้งหลายจงสร้างเมตตาจิตในหมู่มนุษย์ ดังนี้. ก็ในคำว่า เมตฺตํ กโรถ มานุสิยา ปชาย นี้ พึงทราบวินิจฉัย ดังต่อไปนี้ :- ชนเหล่าใด สร้างเมตตาจิตด้วยสามารถแห่งพระสูตรทั้งหลาย มีอาทิ อย่างนี้ว่า :- พระราชาผู้ประกอบด้วยธรรม เช่น กับฤาษี ชนะแผ่นดินอันประกอบด้วยหมู่- สัตว์เจริญรอยตามกัน บูชายัญเหล่าใด คือ อัสสเมธะ ๑ (ทรงพระปรีชาในการบำรุงสัตว์ พาหนะมีม้าเป็นต้น) ปุริสเมธะ ๑ (ทรงพระ ปรีชาในการเกลี้ยกล่อมประชาชน ๑) สัมมา- ปาสะ ๑ (ทรงมีพระอัธยาศัยดุจบ่วงคล้อง น้ำใจประชาชน ๑) วาชเปยยะ ๑ (ทรงมี พระวาจาเป็นที่ดูดดื่มใจคน ๑) นิรัคคฬะ (ทรงปกครองพระนครไม่ต้องมีกลิ่นกลอน ๑) มหายัญเหล่านั้น ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งเมตตา จิตที่อบรมดีแล้ว ถ้าหากว่าบุคคลไม่มีจิต ประทุษร้าย ย่อมแผ่เมตตาไปยังสัตว์แม้ตัว หนึ่ง เพราะเหตุนั้น กุศลจึงมี ผู้มีใจเกื้อกูล ต่อสัตว์ทั้งปวงเป็นผู้ประเสริฐทำบุญมาก.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ