เล่มที่ 46

ส่วนที่ 257

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 257 อ้างอิง: Book 46, Section 257 ประเภท: section


เนื้อหา

ถามว่า ก็ชาติไหนของภารทวาชภิกษุนั้น สิ้นแล้ว และได้รู้ชัดซึ่ง ชาตินั้นอย่างไร ? ตอบว่า ชาติอดีตของภิกษุนั้น ไม่สิ้นก่อน เพราะได้สิ้นแล้วในอดีต เทียว ชาติอนาคตกไม่สิ้นแล้ว เพราะไม่มีความพยายาม ชาติปัจจุบัน ก็ไม่ สิ้นแล้ว เพราะชาติยังมีอยู่ แต่ชาติใดอันต่างด้วยขันธ์หนึ่ง ขันธ์สี่และขันธ์ห้า ในเอกภพ จตุภพ และปัญจโวการภพพึงเกิดขึ้น เพราะความที่มรรคยังไม่ อบรมแล้ว ชาตินั้น ชื่อว่า สิ้นแล้วโดยถึงความไม่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เพราะ ความที่มรรคได้อบรมแล้ว. ภิกษุนั้นพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ด้วยมรรคภาวนา รู้อยู่ว่า กรรมแม้มีอยู่ในเพราะไม่มีกิเลส จึงไม่มีปฏิสนธิต่อไป ชื่อว่า ย่อมรู้ ชาตินั้น. บทว่า วุสิตํ ความว่า อยู่จบแล้ว คือ ทำแล้ว อยู่จบรอบแล้ว อธิบายว่า กระทำแล้ว ประพฤติแล้ว ให้จบแล้ว. บทว่า พฺรหฺมจริยํ ได้แก่ มรรคพรหมจรรย์. บทว่า กตํ กรณียํ ความว่า กิจ ๑๖ อย่าง ด้วยอำนาจ แห่งปริญญาภาวนา ปหานภาวนา และสัจฉิกิริยาภาวนา ด้วยมรรค ๔ ใน สัจจะ ๔ ให้จบแล้ว. บทว่า นาปรํ อิตฺถตฺตาย ความว่า มรรคภาวนา เพื่อความเป็นอย่างนี้ คือ เพื่อความเป็นกิจ ๑๖ อย่าง หรือ เพื่อความสิ้น กิเลส มิได้มีอีกในบัดนี้. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อิตฺถตฺตาย ความว่า รู้ชัดว่า ขันธสันดาน อื่นจากขันธสันดาน อันเป็นไปอยู่ในปัจจุบันนี้ มีประการอย่างนี้ โดยความ เป็นอย่างนี้ มิได้มี แต่ขันธ์ ๕ เหล่านี้ ได้กำหนดรู้แล้ว ดำรงอยู่ ดุจต้นไม้ ที่มีรากขาดแล้ว ฉะนั้น. บทว่า อญฺตโร ได้แก่ รูปหนึ่ง. บทว่า อรหตํ ความว่า ท่านพระภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์ภายในพระมหาสาวก แห่งพระอรหันต์ทั้งหลาย ได้ยินว่า นี้เป็นอธิบายในกสิภารทวาชสูตรนี้แล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ