เล่มที่ 46
ส่วนที่ 236
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 236 อ้างอิง: Book 46, Section 236 ประเภท: section
เนื้อหา
ธรรมใดย่อมแผดเผาอกุศลธรรมทั้งหลายและกาย เพราะเหตุนั้น ธรรมนั้น จึงชื่อว่า ตบะ ความเพียร คำว่า ตบะนั่น เป็นชื่อแห่งอินทรียสังวร วิริยธุดงค์ และการบำเพ็ญทุกรกิริยา ก็อินทรียสังวรท่านประสงค์เอาในพระสูตร นี้. บทว่า วุฏฺิ ได้แก่ ฝนหลายอย่าง มีฝนในฤดูฝน และลมฝนเป็นต้น. ฝนในฤดูฝนท่านประสงค์เอาในพระสูตรนี้. เหมือนอย่างว่า พืชอันฝนในฤดู ฝนอนุเคราะห์ดีแล้ว และข้าวกล้าซึ่งมีพืชเป็นมูลของพราหมณ์ ย่อมงอกงาม ไม่เหี่ยวแห้ง ย่อมถึงความสำเร็จฉันใด ศรัทธาอันอินทรียสังวรอนุเคราะห์ดี แล้ว และธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้น ซึ่งมีศรัทธาเป็นมูลของพระผู้มีพระภาค- เจ้า ย่อมงอกงาม ย่อมไม่เหี่ยวแห้ง ย่อมถึงความสำเร็จฉันนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ตบะคือความเพียรเป็นฝน ดังนี้. ก็ เม ศัพท์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในบทว่า ปญฺา เม ดังนี้ นั้น ผู้ศึกษาพึงประกอบในบทแม้เหล่านี้ว่า สทฺธา เม พีชํ ตโป เม วุฏฺิ * ม.ม. จงฺกีสุตฺต ๕๘๔. แปลว่า ศรัทธาของเราเป็นพืช ความเพียรของเราเป็นฝน ดังนี้. พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงแสดงอะไรด้วยบทนี้ พระองค์ทรงแสดงว่า ดูก่อนพราหมณ์ เมื่อพืชอันท่านหว่านแล้ว ถ้ามีฝน ก็เป็นการดี ถ้าไม่มีฝน แม้น้ำอันท่าน จะต้องให้ ฉันใด เมื่องอนไถคือหิริ แอกและไถคือปัญญา เราทำรวมกัน กับเชือกคือใจ เทียมโคพลิพัทคือความเพียร แทงด้วยปฏักคือสติ หว่านพืช คือศรัทธา ในนาคือจิตสันดานของตน ชื่อว่าความไม่มีฝนไม่มี ก็ตบะคือ ความเพียรติดต่อสม่ำเสมอของเรานี้ เป็นฝน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ