เล่มที่ 46

ส่วนที่ 217

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 217 อ้างอิง: Book 46, Section 217 ประเภท: section


เนื้อหา

กสิภารทวาชสูตรเริ่มต้นว่า เอวมฺเม สุตํ ดังนี้ :- มีอุบัติอย่างไร ? พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พราหมณคามชื่อ เอกนาลา ในทักขิณาคิรีชนบท แคว้นมคธ ทรงยังปุเรภัตกิจเสร็จแล้วใน บรรดาพุทธกิจ ๒ อย่างนี้คือ ปุเรภัตกิจ ๑ ปัจฉาภัตกิจ ๑ ในเวลาเสร็จ ปัจฉาภัตกิจ ทรงตรวจดูโลก ด้วยพระพุทธจักษุ ทรงเห็นพราหมณ์ชื่อ กสิภารทวาชะ ผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยแห่งพระอรหัต ทรงทราบว่า ครั้นเรา ไปในพราหมณคามนั้นแล้ว กถาจักเป็นไป แต่นั้น ในเวลาจบกถา พราหมณ์ นั่นฟังธรรมเทศนา บวชแล้ว จักบรรลุพระอรหัต ดังนี้ จึงเสด็จไปใน พราหมณคามนั้น ทรงยังกถาให้ตั้งขึ้นแล้ว ตรัสพระสูตรนี้. ในพระสูตรนั้น พึงมีคำถามว่า ปุเรภัตกิจของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นไฉน ปัจฉาภัตกิจเป็นไฉน ข้าพเจ้าจะเฉลยคำถาม พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงการทำการบริกรรมพระวรกายมีการล้างพระพักตร์เป็นต้น เพื่อทรง อนุเคราะห์ผู้อุปัฏฐาก และเพื่อให้พระวรกายมีผาสุก ทรงพักอยู่บนอาสนะ อันสงัด จนถึงเวลาแห่งภิกขาจาร ในเวลาภิกขาจาร ทรงคาดประคดเอว ทรงห่มจีวร ทรงถือบาตร บางครั้งเสด็จไปพระองค์เดียว บางครั้งมีพระ- ภิกษุสงฆ์แวดล้อม เสด็จสู่คามหรือนิคม เพื่อบิณฑบาต บางคราวเสด็จไป ตามปกติ บางคราวเสด็จไปด้วยปาฏิหาริย์เป็นไปมากมาย คือ ลมอ่อนพัดไป ข้างหน้าของพระโลกนาถ ผู้เสด็จไปเพื่อบิณฑบาต ยังพื้นดินให้สะอาด เมฆ โปรยหยดน้ำให้ละอองในหนทางสงบ ตั้งเป็นเพดานในเบื้องบน ลมอื่น ๆ หอบดอกไม้ทั้งหลายโปรยลงบนทาง ภูมิประเทศที่ดอนก็จะยุบลง ที่ลุ่มก็จะ ฟูขึ้น ในสมัยจะประทับรอยพระบาท พื้นดินก็ราบเรียบ หรือดอกปทุมทั้งหลาย ซึ่งมีสัมผัสสบาย ก็ปกปิดรอยพระบาท พอทรงวางพระบาทเบื้องขวาลงภายใน เสาเขื่อน พระฉัพพัณณรังสีก็เปล่งออกจากพระวรกาย ทำปราสาทและเรือนยอด เป็นต้นเป็นดุจกรงทอง แผ่ซ่านไปข้างโน้นและข้างนี้ บรรดาช้างม้าและนก เป็นต้น ดำรงอยู่ในที่ของตน ๆ นั่นเทียว ก็ร้องเสียงระงมไพเราะดุจดุริยางค์ มีกลองและพิณเป็นต้น และบรรดาเครื่องประดับกายของเหล่ามนุษย์ก็กระทำ เสียงไพเราะเหมือนกัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ