เล่มที่ 46
ส่วนที่ 204
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 204 อ้างอิง: Book 46, Section 204 ประเภท: section
เนื้อหา
ต่อมา พระองค์เสด็จไปสู่พระราชอุทยาน ประทับนั่งที่ฝั่งสระโบกขรณี ที่มีแผ่นศิลา ทรงเห็นปทุมทั้งหลายที่ต้องลมแล้ว โอนเอนไปถูกน้ำ เมื่อ ปราศจากลม ก็ตั้งอยู่ตามที่เดิมอีก ไม่เปียกน้ำ จึงทรงถือนิมิตแม้นั้น ว่า เมื่อไรหนอ แม้เราเกิดแล้วในโลก ไม่พึงติดในโลกดำรงอยู่ เหมือนปทุม เหล่านี้ เกิดในน้ำ ไม่เปียกน้ำดำรงอยู่ ฉะนั้น. พระราชานั้น ทรงพระราชดำริบ่อย ๆ ว่า เราไม่พึงสะดุ้ง ไม่พึงติด ไม่พึงเปียก เหมือนราชสีห์ ลม และปทุม ฉะนั้น แล้วทรงสละราชสมบัติ ผนวช เจริญวิปัสสนาอยู่ ก็ทรงทำให้แจ้ง ซึ่งปัจเจกโพธิญาณแล้ว ตรัส อุทานคาถานี้ว่า สีโหว สทฺเทสุ อสนฺตสนฺโต วาโตว ชาลมฺหิ อสชฺชมาโน ปทุมํ ว โตเยน อลิมฺปมาโน เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป * สํ. นิทาวคฺค ๔๔. บุคคลไม่สะดุ้งในธรรมมีความไม่เที่ยง เป็นต้น เหมือนราชสีห์ไม่สะดุ้งในเสียง ไม่ ข้องอยู่ในธรรมมีขันธ์ และอายตนะเป็นต้น เหมือนลมไม่ข้องอยู่ในข่าย ไม่ติดอยู่ด้วย ความยินดีและความโลภ เหมือนดอกปทุม ไม่ติดอยู่ด้วยน้ำ พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือน นอแรด ฉะนั้น ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า สีโห ได้แก่ สีหะ ๔ ประเภท คือ ติณสีหะ นรสีหะ กาฬสีหะ เกสรสีหะ. เกสรสีหะท่านกล่าวว่า เลิศกว่าสีหะ ๓ ประเภท นั้น เกสรสีหะนั้นเทียว ท่านประสงค์เอาในคาถานี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ