เล่มที่ 46

ส่วนที่ 43

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 43 อ้างอิง: Book 46, Section 43 ประเภท: section


เนื้อหา

แม้ในพระคาถานั้น บัณฑิตพึงทราบการละนิวรณ์ ๒ อย่างเช่นกัน คือ โดยลำดับกิเลส ๑ โดยลำดับแห่งมรรค ๑. ก็เมื่อว่าตามลำดับกิเลส การละกามฉันทนิวรณ์และพยาบาทนิวรณ์ ย่อมมีได้ด้วยมรรคที่ ๓ การละถีนมิทธนิวรณ์และอุทธัจจนิวรณ์ ย่อมมีได้ ด้วยมรรคที่ ๔ การละกุกกุจจนิวรณ์กล่าวคือความเดือดร้อน ที่เป็นไปแล้ว โดยนัยเป็นต้นว่า " กุศลเราไม่กระทำแล้วหนอ " และวิจิกิจฉานิวรณ์ ย่อม มีได้ด้วยมรรคที่ ๑. แต่เมื่อว่าตามลำดับมรรค การละกุกกุจจนิวรณ์และวิจิกิจฉานิวรณ์ ย่อมมีได้ด้วยมรรคที่ ๑ การทำกามฉันทนิวรณ์และพยาบาทนิวรณ์ให้เบาบาง ย่อมมีได้ด้วยมรรคที่ ๒ การละกามฉันทะและพยาบาทนิวรณ์ได้สิ้นเชิงย่อมมีได้ ด้วยมรรคที่ ๓ การละถีนมิทธนิวรณ์ และอุทธัจจนิวรณ์ ย่อมมีได้ด้วยมรรค ที่ ๔ ฉะนี้แล. ภิกษุใดละนิวรณ์ทั้งหลายได้อย่างนี้ เป็นผู้ไม่มีทุกข์ข้ามความสงสัย เสียได้ ปราศจากลูกศร ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ ดุจงู ละคราบเก่าที่คร่ำคร่าไปฉะนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงให้เทศนาจบลงด้วยยอดคือพระอรหัตทีเดียว ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา ภิกษุนั้นดำรงอยู่แล้วในพระอรหัต. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า คาถาใด ๆ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง แล้วแก่ภิกษุเหล่านั้น โดยประการใด ๆ ภิกษุนั้น ๆ ดำรงอยู่แล้วในพระอรหัต ในที่สุดแห่งพระคาถานั้น ๆ โดยประการนั้น ๆ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ