เล่มที่ 46

ส่วนที่ 28

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 28 อ้างอิง: Book 46, Section 28 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อุทจฺฉิกา ได้แก่ ย่อมตัด คือหัก ได้แก่ ทำให้พินาศ. จริงอยู่ นักประพันธ์ทั้งหลาย ย่อมปรารถนาคำที่เป็นวัตตมานาวิภัตติว่า ฉินฺทติ แม้ สำหรับคำทั้งหลายที่เป็นอดีตกาล. บทว่า อเสสํ ได้แก่ไม่มีส่วนเหลือ (คือหมดสิ้นทั้งอนุสัย). สองบทว่า ภึสปุปฺผํว สโรรุหํ ความว่า ราวกะว่า ดอกบัวนี้งอก ขึ้นแล้วในสระ. บทว่า วิคยฺห ได้แก่ ลงแล้ว อธิบายว่า เข้าไปแล้ว . คำที่เหลือ เช่นเดียวกับที่กล่าวมาในตอนต้นนั่นเอง. ถามว่า ท่านกล่าวอธิบายอะไรไว้ ? ตอบว่า เปรียบเหมือนเด็กเหล่านี้ลงสู่สระ เด็ดดอกปทุม ซึ่งงอกใน สระ ชื่อฉันใด ภิกษุใด หยั่งลงแล้วสู่โลกสันนิวาส คือ ไตรธาตุนี้ เข้าถึงแล้ว ซึ่งนัย มีอาทิอย่างนี้ว่า ไฟที่จะเสมอด้วยราคะไม่มี เราย่อม เร่าร้อนด้วยกามราคะ จิตของเราถูกกามราคะ เผาไหม้อยู่ สัตว์ทั้งหลายเหล่าใดถูกราคะ ย้อมแล้ว ย่อมตกลงไปสู่กระแสแห่งกิเลส ทั้งหลาย ประดุจแมลงมุมตกลงไปสู่สายใย ที่ตนเองทำไว้ฉะนั้น. ดูก่อนอาวุโส บุคคลผู้ถูกราคะย้อมแล้วแล มีจิตถูกราคะครอบงำแล้ว ย่อมฆ่าสัตว์บ้าง ดังนี้แล้ว ก็ถอนราคะไปทีละน้อยอยู่ ด้วยการพิจารณาโทษ ของราคะ ด้วยการสำรวมทั้งหลาย มีการสำรวมศีลเป็นต้น มีประการตามที่ ข้าพเจ้ากล่าวแล้ว และด้วยความสำคัญว่า ไม่งามในวัตถุทั้งหลาย ทั้งที่มี วิญญาณและไม่มีวิญญาณ ชื่อว่าย่อมตัดกิเลสที่เหลือด้วยอนาคามิมรรค และ แม้กิเลสที่ยังเหลืออยู่ (อีก) จากอนาคามิมรรคนั้นเสียได้ด้วยอรหัตมรรค ภิกษุ นั้นชื่อว่าย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ โดยประการที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วใน ตอนต้นนั่นเอง ดุจงูละคราบที่เก่าคร่ำคร่าไปฉะนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน. คาถานี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้ว ด้วยยอดคือพระอรหัต ด้วย ประการฉะนี้ ก็ในที่สุดแห่งเทศนา ภิกษุนั้นดำรงอยู่แล้วในพระอรหัต.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ