เล่มที่ 45
ส่วนที่ 564
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 564 อ้างอิง: Book 45, Section 564 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อาสวานํ ขยํ มีอธิบายดังต่อไปนี้ การละ ความสิ้นไป อย่างเด็ดขาด ความไม่เกิดขึ้น อาการสิ้นไป ความไม่มีแห่งอาสวะทั้งหลาย เรียกว่า ความสิ้นอาสวะ (ดัง) ในสัพพาสวสังวรปริยายสูตร ซึ่งมาแล้ว อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราตถาคตกล่าวความสิ้นอาสวะสำหรับบุคคล ผู้รู้อยู่ เห็นอยู่ และ (ดัง) ในสุตตบทมีอาทิว่า เจโตวิมุตติ ที่ไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปแล้ว. ผล เรียกว่า ความสิ้นอาสวะ (ดัง) ในประโยค เป็นต้นว่า บุคคล ชื่อว่า เป็นสมณะ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป. นิพพาน เรียกว่า ความสิ้นอาสวะ (ดัง) ในประโยคเป็นต้นว่า อาสวะทั้งหลาย ย่อมเจริญแก่บุคคล นั้น ผู้มีปกติตามเห็นโทษของบุคคลอื่น มีปกติยกโทษ (ผู้อื่น) อยู่เป็นนิตย์ บุคคล นั้นชื่อว่า อยู่ห่างไกลจากนิพพาน. มรรค เรียกว่า ความสิ้นอาสวะ (ดัง) ในอินทริยสูตรและในสูตรนี้ที่มาอย่างนี้ว่า เมื่อเสกบุคคลศึกษาอยู่ ฯลฯ แต่นั้น อรหัตผลย่อมมี แก่บุคคลผู้หลุดพ้นแล้ว ญาณย่อมมีแก่บุคคลผู้คงที่. เพราะเหตุนั้น จึงมีคำอธิบายว่า เราตถาคตกล่าวถึงการบรรลุอริยมรรค สำหรับ บุคคลผู้รู้อยู่ เห็นอยู่ ตามนัยที่กล่าวไว้แล้ว. บทว่า โน อชานโต โน จ อปสฺสโต ความว่า ก็บุคคลใด ไม่รู้ ไม่เห็น เราตถาคตไม่กล่าวการบรรลุอริยมรรคไว้สำหรับบุคคลนั้น. ผู้รู้ เหล่าใดกล่าวความหมดจดจากสังสารวัฏไว้สำหรับบุคคลผู้ไม่รู้ ไม่เห็น พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิเสธผู้รู้เหล่านั้น ด้วยบทนี้ว่า โน อชานโต โน จ อปสฺสโต. อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอุบายไว้ด้วย ๒ บทแรก ตรัสปฏิเสธสิ่งที่มิใช่อุบายด้วยบทว่า โน อชานโต โน จ อปสฺสโต นี้. อนึ่ง เมื่อว่าโดยย่อ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในสูตรนี้ว่า ญาณ เป็นเครื่องทำอาสวะให้สิ้นไป ที่เหลือเป็นบริขารของญาณนั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ