เล่มที่ 45

ส่วนที่ 549

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 549 อ้างอิง: Book 45, Section 549 ประเภท: section


เนื้อหา

ในวาระนี้ วิชชาที่สัมปยุตด้วยทิพยจักขุญาณ ชื่อว่า วิชชา. อวิชชา ที่ปกปิดจุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลายไว้ ชื่อว่า อวิชชา. คำที่เหลือมีนัย ดังกล่าวแล้วทั้งหมด. ในตติยวาร วิชชาที่สัมปยุตด้วยอรหัตมรรคญาณ ชื่อว่า วิชชา. อวิชชาที่ปกปิดสัจจธรรมทั้ง ๔ ไว้ ชื่อว่า อวิชชา. คำที่เหลือเข้าใจ ได้ง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวไว้แล้วในหนหลัง. บทว่า เอวํ โข เป็นต้น เป็นนิคมนพจน์ ในพระคาถาทั้งหลาย มีความย่อดังต่อไปนี้ ภิกษุใดได้รู้แล้วคือบรรลุ ซึ่งบุพเพนิวาสญาณ ตามที่กล่าวแล้ว ได้แก่รู้โดยกระทำให้ปรากฏ ตามนัย ทีกล่าวแล้ว. ปาฐะเป็น โย เวทิ ก็มี. อธิบายว่า ภิกษุใดกระทำบุพเพ- นิวาสญาณให้ปรากฏ ดำรงอยู่แล้ว. ภิกษุย่อมเห็นสวรรค์ กล่าวคือเทวโลก ๒๖ ชั้น และอบาย ๔ อย่าง ด้วยทิพยจักษุ โดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแหละ. บทว่า อถ ความว่า ต่อแต่นั้น เธอถึงคือบรรลุพระอรหัตกล่าวคือ ความสิ้นไปแห่งชาติ หรือพระนิพพานนั่นเอง ลำดับนั้น เธอรู้สัจจธรรมทั้ง ๔ อันพระอริยบุคคลพึงรู้ด้วยมรรคปัญญา ที่ตั้งมั่นเพราะอภิญญา ชื่อว่าอยู่จบ พรหมจรรย์ คือประสบความสำเร็จแล้ว เพราะเสร็จกิจแล้ว ชื่อว่าเป็นมุนี คือเป็นพระขีณาสพ เพราะประกอบด้วยโมไนยธรรม ย่อมชื่อว่าเป็นพราหมณ์ ผู้มีวิชชา ๓ เพราะประกอบด้วยวิชชา ๓ ตามที่กล่าวแล้วเหล่านี้ และเพราะ ลอยบาปได้แล้ว โดยประการทั้งปวง ด้วยวิชชาที่ ๓ ต่อแต่นั้น เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น เราตถาคตจึงเรียกภิกษุนั้นแหละ ว่าเป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓ แต่เราตถาคตไม่เรียกคนอื่น คือคนผู้มีการกล่าวตามที่เขาเรียกขาน ได้แก่ บุคคลอื่นผู้ท่องบทแห่งมนต์ มียชุเพทเป็นต้น ว่าเป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ