เล่มที่ 45

ส่วนที่ 470

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 470 อ้างอิง: Book 45, Section 470 ประเภท: section


เนื้อหา

อนฺตรา ศัพท์ ในบทว่า อนฺตรามลา นี้ มาในเหตุ เช่นใน ประโยคมีอาทิว่า ชนทั้งหลาย ย่อมประชุมสนทนา กันที่ฝั่งแม่น้ำ ในโรงที่พัก ในสภา และ ในถนน ส่วนเราและท่าน มีอะไรเป็นเหตุ. มีมาในขณะเช่นในประโยคมีอาทิว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หญิง คนใดคนหนึ่ง กำลังล้างภาชนะอยู่ ได้เห็นข้าพระองค์ในขณะฟ้าแลบ ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง มีมาในช่อง เช่นในประโยคมีอาทิว่า ธารน้ำร้อน ไหลมาจาก ช่องนรกใหญ่ ๒ ขุม. มีมาในผ้าห่ม เช่นในประโยคมีอาทิว่า ดูก่อนนางเทพธิดา ผู้มีผ้านุ่งผ้าห่ม และธงอันล้วนแล้วแต่สีเหลือง ประดับ- ประดาด้วยเครื่องอลังการสีเหลือง เธอถึง จะไม่ได้ตกแต่งด้วยผ้าสีเหลืองเลยก็งดงาม ตามธรรมชาติ. มีมาในจิต เช่นในประโยคมีอาทิว่า จิตของผู้ใดไม่มีความกำเริบ ดังนี้. แม้ในที่นี้ พึงทราบว่า อันตราศัพท์ได้ความหมายว่า ในจิตนั่นเอง เพราะฉะนั้น อกุศลธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า อนฺตรา เพราะมีอยู่ในภายใน คือจิต. ชื่อว่า เป็นมลทิน เพราะทำความมัวหมองให้แก่สันดานที่มันเกิดขึ้น. ขึ้นชื่อว่า มลทิน ในบทว่า อนฺตรามลา นั้นมี ๒ อย่างคือ มลทินของร่างกาย ๑ มลทินของใจ ๑ ในมลทิน ๒ อย่างนั้น มลทินของ ร่างกาย ได้แก่ เหงื่อไคลเป็นต้น เกิดแล้วในร่างกาย และลอองธุลีที่ปลิวมา จับอยู่ในร่างกายนั้น มลทินนั้น จะนำออกไปได้ก็ด้วยน้ำ (แต่) สังกิเลส หาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่ (เพราะ) สังกิเลสมีราคะเป็นต้น ที่เป็นมลทินของจิต จะนำออกไปได้ด้วยพระอริยมรรคเท่านั้น. สมจริงดังที่พระโบราณาจารย์กล่าว คำนี้ไว้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นมหาฤษี นี้ได้ตรัสไว้ว่า เมื่อรูปเศร้าหมองแล้ว คน ทั้งหลายก็จะเศร้าหมอง เมื่อรูปบริสุทธิ์ แล้ว คนทั้งหลายก็จะบริสุทธิ์ แต่พระผู้- แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ตรัสไว้ว่า เมื่อจิต เศร้าหมองแล้ว คนทั้งหลายจะเศร้าหมอง เมื่อจิตบริสุทธิ์แล้ว คนทั้งหลายก็จะ บริสุทธิ์.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ