เล่มที่ 45
ส่วนที่ 443
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 443 อ้างอิง: Book 45, Section 443 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็เพราะเหตุที่การได้เฉพาะซึ่งศรัทธานี้ เป็นลาภที่ติดตามตนไปได้ ไม่ทั่วไปแก่คนอื่น เป็นเหตุให้ได้สมบัติทุกอย่าง และเป็นเหตุแห่งการได้โลกิย- ทรัพย์ มีเงินทองเป็นต้น อธิบายว่า ผู้มีศรัทธาเท่านั้น จะทำบุญมีทานเป็น ต้นได้ แล้วจะประสบทรัพย์ที่เป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจอันมโหฬาร และจะ ยังประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่นนั่นแหละให้ถึงพร้อมด้วยบุญนั้น แต่บุญเหล่า นั้น จะไม่อำนวยประโยชน์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า แก่ผู้ไม่มีศรัทธาเลย. พึงทราบว่าศรัทธาเป็นลาภที่ได้ด้วยดี ด้วยประการดังพรรณนามานี้. จริง อย่างนั้น ท่านพรรณนาศรัทธาไว้ ด้วยเหตุมิใช่น้อย ในฐานะต่าง ๆ กันว่า ศรัทธารวบรวมสะเบียงไว้บ้าง ศรัทธาเป็นเพื่อนที่สองของบุรุษบ้าง ศรัทธา เป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจของบุรุษในโลกนี้บ้าง ช้างตัวประเสริฐ มีศรัทธาเป็น งวงบ้าง ศรัทธา เป็นพืช เป็นตบะ เป็นฝนบ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกดำรงอยู่ในศรัทธาบ้าง ย่อมข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธาบ้าง ดังนี้. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำมีอาทิว่า สา โข ปนสฺส ดังนี้ เพื่อจะทรงแสดงถึงศรัทธา ชนิดที่หยั่งลงลึกอันเป็นเหตุให้ชื่อว่าเป็นผู้ดำรง มั่นในกุศลธรรม ในพระศาสนา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสฺส นี้ มีความหมายเท่ากับ ภเวยฺย แปลว่า พึงเป็น. บทว่า นิวิฏฺา ความว่า ตั้งมั่น คือแซกซึมเข้าไปสู่จิต- สันดาน. บทว่า มูลชาตา ได้แก่มีรากเกิดแล้ว. ถามว่า ก็อะไรเล่า ชื่อว่า เป็นรากของศรัทธา ? ตอบว่า การทำไว้ในใจโดยอุบาย อันเป็นเหตุแห่ง ความเธอ ในวัตถุที่ควรเธอ เป็นรากของศรัทธา. อีกประการหนึ่ง พึงทราบ องค์แห่งโสดาปัตติมรรค ๔ อย่างคือ การคบหาสัตบุรุษ ๑ การฟังธรรม (ของสัตบุรุษ) ๑ การทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑ การปฏิบัติธรรมโดยสมควร แก่ธรรม ๑ ว่าเป็นรากแห่งศรัทธา. บทว่า ปติฏฺิตา ได้แก่หยั่งลงแล้ว โดยเป็นภาวะที่ใคร ๆ ให้หวั่นไหวไม่ได้ เพราะบรรลุอริยมรรค. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า ทฬฺหา อสํหาริยา ดังนี้. บทว่า ทฬฺหา แปลว่ามั่นคง. บทว่า อสํหาริยา ความว่า เป็นสิ่งที่อันใคร ๆ ไม่สามารถ เพื่อจะนำไปได้ หรือให้หายไป หรือนำออกไปได้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ