เล่มที่ 45
ส่วนที่ 303
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 303 อ้างอิง: Book 45, Section 303 ประเภท: section
เนื้อหา
ส่วนผู้ที่ชอบพูดพล่อย ๆ กล่าวว่า เทศนาว่าด้วยเวทนา ๓ เป็นเทศนา โดยอ้อมเหมือนกัน เพราะกล่าวถึงความเป็นทุกข์ ๒ อย่าง. เขาพึงถูกทักท้วง อย่างนี้ว่า ท่านอย่าพูดอย่างนั้น เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเวทนาทุกอย่าง ว่าเป็นทุกข์ โดยมีพระประสงค์ว่า ดูก่อนอานนท์ ความแปรปรวนแห่งสังขาร เราตถาคตกล่าวหมายถึงความไม่เที่ยงของสังขาร ความเสวยอารมณ์ (เวทนา) ทุกๆ อย่าง เราตถาคตกล่าวว่าเป็นทุกข์. ก็ถ้าในเรื่องนี้ เทศนาที่ว่าด้วยหมวด ๓ แห่งเวทนาพึงเป็นเทศนาโดยอุ้มไซร้ คำที่ข้าพเจ้ากล่าวหมายเอานี้ ก็ควร พูดได้ละซิว่า เวทนาเป็น ๓ แต่คำนี้ก็หาได้กล่าวไว้ไม่. อีกอย่างหนึ่ง ข้อความนี้นั้นเอง ควรกล่าวได้ว่า ดูก่อนอาวุโส ก็อะไรเล่าเป็นพระประสงค์ เพื่อจะทรงแสดงเวทนาทั้ง ๓. ถ้าหากจะมีผู้พูดว่า เวทนา ๓ พระองค์ตรัสไว้ ตามอัธยาศัยของเวไนยสัตว์ว่า ทุกขเวทนาอย่างอ่อน เป็นสุขเวทนา อย่างแรงเป็นทุกขเวทนา อย่างกลางเป็นอทุกขมสุขเวทนา ดังนี้ไซร้ แท้จริงในเวทนาเหล่านั้น ความเจริญแห่งสุขเวทนาเป็นต้น หามี แก่สัตว์ทั้งหลายไม่ ดังนี้ . เขาจะต้องถูกทักท้วงว่า ดูก่อนอาวุโส ก็อะไรเล่า เป็นสภาวะของทุกขเวทนา ที่เป็นเหตุให้เวทนาทั้งหมดถูกเรียกว่าเป็นทุกข์ ผิว่า เวทนาใดเกิดขึ้น สัตว์ทั้งหลายประสงค์จะให้จากไปอย่างเดียว นั่นแหละ เป็นสภาวะของทุกขเวทนา ส่วนเวทนาใดเกิดขึ้นแล้ว สัตว์ทั้งหลายไม่ประสงค์ จะให้จากไปเลย (และ) เวทนาใดเกิดขึ้น ไม่ประสงค์ทั้งสองอย่าง เวทนานั้น จะพึงเป็นทุกขเวทนาได้อย่างไร ? แท้จริง เวทนาใดตัดรอนสุขนิสัยของตน เวทนานั้นก็เป็นทุกข์ เวทนาใดกระทำการอนุเคราะห์ (สุขนิสัยของตน) เวทนา นั้นจะพึงเป็นทุกข์ได้อย่างไร ? และอีกอย่างหนึ่ง พระอริยเจ้าทั้งหลาย เห็น สภาพูดเป็นทุกข์ สภาพนั้นเป็นสภาวะของทุกขเวทนา พระอริยะทั้งหลาย เห็นเวทนาโดยความเป็นทุกข์ เพราะเหตุที่สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ และเวทนา ก็เป็นสภาพที่มีอยู่เป็นประจำ เพราะฉะนั้น เวทนาเหล่านั้นจะพึงมีภาวะเป็น ทุกข์อย่างอ่อน อย่างกลาง และอย่างแรงกล้าได้อย่างไร ? และถ้าเวทนาทั้งหลาย พึงมีความเป็นทุกข์ เพราะความที่สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์เท่านั้นไซร้ เทศนา ที่ทรงจำแนกความเป็นทุกข์ออกไปดังนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเป็นทุกข์ มี ๓ อย่างเหล่านี้ คือ ทุกฺขทุกฺขตา (ความเป็นทุกข์ คือ ทุกขเวทนา) วัปริณามทุกฺขตา (ความเป็นทุกข์ คือ ความเปลี่ยนแปลงของสุข) สงฺขาร- ทุกฺขตา (ความเป็นทุกข์ คือ สังขาร) ก็พึงไร้ประโยชน์ละซี่ และเมื่อเป็น เช่นนั้น พระสูตรนั้นแหละ จะพึงถูกคัดค้านว่า ก็ถ้าคำที่ว่าทุกขเวทนาอย่างอ่อน (เป็นสุขเวทนา) ในรูปาวจรฌาน ๓ ข้างนี้ก็ถูก เพราะบ่งถึงสุขเวทนา อย่างกลาง (เป็นอทุกขมสุข) ในจตุตถฌาน และอรูปฌาน เพราะบ่งถึง อทุกขมสุขเวทนา เมื่อเป็นเช่นนั้น คำว่า รูปาวจรสมาบัติ ๓ อย่างข้างต้น สงบกว่าจตุตถฌานสมาบัติ และอรูปสมาบัติ ก็ถูกค้านด้วยละซี.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ