เล่มที่ 45
ส่วนที่ 295
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 295 อ้างอิง: Book 45, Section 295 ประเภท: section
เนื้อหา
เพื่อจะทรงแสดงอกุศลมูลเหล่านั้น โดยสรุป จึงตรัสคำมีอาทิว่า โลโภ อกุสลมูลํ ความโลภเป็นอกุศลมูล ดังนี้. บรรดาคำเหล่านั้น คำที่จะต้องกล่าว ในความโลภเป็นต้น ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล้วทั้งนั้น ก็ใน ตอนนั้นความโลภเป็นต้น อันมรรคที่ ๓ จะพึงฆ่ามีมาแล้ว แต่ในพระสูตรนี้ ความโลภเป็นต้น ไม่มีเหลือเลย นี่แหละเป็นข้อที่แตกต่างกัน. พึงทราบวินิจฉัยในพระคาถาดังต่อไปนี่ บทว่า ปาปเจตสํ ได้แก่ จิตลามก เพราะประกอบด้วยอกุศลธรรม. บทว่า หึสนฺติ ความว่า ย่อม เบียดเบียนในขณะแห่งความเป็นไปของตน และในขณะแห่งวิบากในอนาคต. บทว่า อตฺตสมฺภูตา ความว่า เกิดแล้วในตน. บทว่า ตจสารํ ได้แก่ ไม้มีหนาม อธิบายว่า ไม้ไผ่. บทว่า สมฺผลํ ได้แก่ ผลของตน. มีอธิบาย ว่า ไม่เป็นไม้มีแก่นข้างใน เหมือนไม้ตะเคียน และไม้ประดู่ลายเป็นต้น (แต่) เป็นไม้ไผ่เป็นต้น ที่ได้นามว่า ตจสาระ เพราะมีแก่นอยู่ข้างนอก คือ ความโลภเป็นต้นที่เกิดในคนนั่นเอง จะยังบุคคลผู้มีจิตลามก ปราศจากแก่น คือศีลในภายในให้พินาศไป เหมือนขุยไผ่ที่เกิดในตนนั่นเอง ย่อมเบียดเบียน คือให้ต้นไผ่พินาศไป ฉะนั้น. ่ จบอรรถกถาอกุศลมูลสูตรที่ ๑ จริงอยู่ พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสแล้ว พระสูตร นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า ได้สดับมาแล้วว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธาตุ ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน ? คือ รูปธาตุ ๑ อรูปธาตุ ๑ นิโรธธาตุ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธาตุ ๓ อย่างนี้แล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ