เล่มที่ 45
ส่วนที่ 259
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 259 อ้างอิง: Book 45, Section 259 ประเภท: section
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ธรรมชาติอันเกิดแล้ว มีแล้ว เกิดขึ้น พร้อมแล้ว อันปัจจัยทำแล้ว ปรุงแต่งแล้ว ไม่ยั่งยืน ระคนแล้วด้วยชราและมรณะ เป็นรังแห่งโรค ผุผัง มีอาหารและตัณหา เป็นแดนเกิด ไม่ควรเพื่อยินดีธรรมชาติ นั้น การสลัดออกซึ่งธรรมชาตินั้น เป็น บทอันระงับ จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ยั่งยืน ไม่เกิด ไม่เกิดขึ้นพร้อม ไม่มีความโศก ปราศจากธุลี ความดับแห่งทุกขธรรม ทั้งหลาย คือ ความที่สังขารสงบระงับ เป็นสุข. เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า ได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล. ในอชาตสูตรที่ ๖ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า อตฺถิ ภิกฺขเว ถามว่า เกิดอะไรขึ้น. ตอบว่า ได้ยินว่า วันหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศโทษในสงสารโดยอเนกปริยาย แล้วทรงแสดงพระธรรมปฏิสังยุตด้วยพระนิพพาน ด้วยการชี้แจงเป็นต้น ภิกษุ ทั้งหลายได้เกิดปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสงสารนี้พร้อมด้วยเหตุด้วย การณะทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้น แต่มิได้ตรัสถึงการณะไร ๆ แห่งนิพพานอัน เข้าไปสงบสงสารนั้น ข้อนี้นั้นมิใช่เหตุ ย่อมได้โดยทางสัจฉิกัตถปรมัตถ์หรือ อย่างไร. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทรงกำจัดความสงสัยของภิกษุ เหล่านั้น เพื่อทำลายวาทะอัน ผิดของสมณพราหมณ์ในโลกนี้ ผู้มีทิฏฐิมากใน ภายนอก ผู้ปฏิบัติผิดดุจโลกายติกะเป็นต้นว่า จริงอยู่ โดยปรมัตถ์ชื่อว่านิพพาน ย่อมไม่มีเพียงกล่าวว่า นิพพาน นิพพาน เท่านั้น เพราะมีสภาวะที่ตนยังไม่ได้ เพื่อแสดงความมีแห่งอมตมหานิพพานโดยปรมัตถ์ และเพื่อแสดงถึงความมี อานุภาพมีการออกไปแห่งอมตมหานิพพานเป็นต้น จึงได้ทรงภาษิตสูตรนี้ด้วย อุทานอันเป็นกำลังแห่งปีติ. เป็นความจริงพระสูตรนี้สงเคราะห์เข้าในอุทานด้วย ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถิ ได้แก่ มีอยู่ คือ ได้โดยปรมัตถ์. บทแม้ทั้งหมดว่า อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตํ เป็นไวพจน์ของกันและกัน. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อชาตํ เพราะไม่เกิด คือ ไม่บังเกิดโดยความพร้อมเพรียง แห่งเหตุ กล่าวคือการประชุมแห่งเหตุปัจจัย ดุจเวทนาเป็นต้น . ชื่อว่า อภูตํ เพราะเว้นเหตุแล้ว จะไม่เป็น ไม่ปรากฏ ไม่เกิดเอง. ชื่อว่า อกตํ เพราะ อันปัจจัยไม่กระทำแล้วด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะไม่เกิดและเพราะไม่- เป็นอย่างนี้. อนึ่ง ท่านกล่าวว่า อสงฺขตํ (อันปัจจัยไม่ปรุงแต่งแล้ว) เพื่อ แสดงว่า สภาพอันเกิดแล้ว เป็นแล้ว ย่อมมีแก่สังขตธรรมมีนามรูปเป็นต้น หาได้มีแก่นิพพาน อันมีสภาพเป็นอสังขตะไม่. ชื่อว่า สงฺขตํ เพราะอันปัจจัย ปรุงแต่งแล้ว. อนึ่ง ชื่อว่า อสงฺขตํ เพราะอันปัจจัยไม่ปรุงแต่งแล้ว และ เว้นจากลักษณะอันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว. ท่านกล่าวว่า อกตํ (อันปัจจัยไม่ทำ แล้ว ) เพื่อแสดงว่า อันปัจจัยไร ๆ ไม่ทำแล้วด้วยความสงสัยว่า เมื่อเสร็จสิ้น สภาพแห่งการเกิดด้วยเหตุไม่น้อยอย่างนี้ จะพึงมีทำด้วยเหตุหนึ่งเท่านั้นหรือ หนอ ท่านกล่าวว่า อภูตํ (ไม่เป็นแล้ว) เพื่อกลับความสงสัยเท่านั้นว่า ธรรมชาตินี้ แม้ไม่มีปัจจัยก็ยังเป็นแล้ว ปรากฏแล้วเองหรือหนอ. ท่านกล่าวว่า อชาตํ เพื่อแสดงว่า ความที่ธรรมชาตินี้อันปัจจัยไม่ปรุงแต่ง ไม่กระทำ ไม่เป็น นี้ เพราะความเป็นธรรมชาติที่ไม่เกิดทุกสิ่งทุกอย่าง พึงทราบความ ที่บทแม้ทั้ง ๔ เหล่านี้ มีเนื้อความอย่างนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ