เล่มที่ 45

ส่วนที่ 155

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 155 อ้างอิง: Book 45, Section 155 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็กามาวจรกรรม ชื่อว่า กระทำพอประมาณ. แต่มหัคคตกรรม ชื่อว่า กระทำไม่เป็นประมาณ เพราะพ้นประมาณแล้ว ทำเจริญ ด้วยการแผ่ไปโดย เจาะจงและไม่เจาะจง. กามาวจรกรรมไม่สามารถยึดติดในระหว่างมหัคคตกรรม หรือเพื่อครอบงำกรรมนั้น แล้วถือโอกาสแห่งผลของตนดำรงไว้ได้. ทีนั้นแหละ มหัคคตกรรมนั่นแลครอบงำกรรมนิดหน่อยนั้น ดุจห้วงน้ำใหญ่ท่วมน้ำน้อย แล้วถือโอกาสของตนตั้งอยู่ ห้ามผลของกรรมนั้นแล้ว นำเข้าไปสู่ความเป็น สหายของพรหมด้วยตนเอง เพราะเหตุนั้น ข้อนี้ จึงเป็นอธิบายของมหัคคต- กรรมนั้น. ในคาถาทั้งหลายพึงทราบความดังต่อไปนี้. บทว่า โย ได้แก่ คฤหัสถ์ หรือบรรพชิตคนใดคนหนึ่ง. บทว่า เมตฺตํ ได้แก่ เมตตาฌาน. บทว่า อปฺปมาณํ ได้แก่ ไม่มีประมาณ ด้วยอำนาจภาวนาและอารมณ์. จริงอยู่ เมตตาไม่มีประมาณด้วยไม่ทำการยึดถือ เป็นส่วนหนึ่งในอารมณ์ ดุจอสุภภาวนา เป็นต้น ด้วยแผ่ไปโดยไม่เจาะจง และด้วยก็เจริญโดยคล่องแคล่ว เพราะ ไม่มีความประมาณเป็นอารมณ์. บทว่า ตนู สํโยชนา โหนฺติ ความว่า สังโยชน์มีปฏิฆสังโยชน์ เป็นต้น อันผู้พิจารณากระทำเมตตาฌานให้เป็นบาท แล้วบรรลุอริยมรรคชั้นต่ำ ละได้โดยง่ายทีเดียว ย่อมเป็นธรรมชาติเบาบาง. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าจึงตรัสว่า ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ ของผู้พิจารณาเห็นธรรมอันเป็นที่ สิ้นไปแห่งอุปธิ. จริงอยู่ นิพพานท่านเรียกว่า ความสิ้นไปแห่งอุปธิ. พระโยคาวจรย่อมเห็นนิพพานนั้น ด้วยมรรคญาณโดยบรรลุการทำให้แจ้งธรรม เป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธินั้น. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ตนู สํโยชนา โหนฺติ ความว่า จะกล่าวไปไยถึงสังโยชน์แม้ ๑๐ ประการ ของผู้ชื่อพิจารณาเห็น อันตนบรรลุที่สิ้นไปแห่งอุปธินั้น เพราะวิปัสสนาอันมีเมตตาฌานเป็นปทัฏฐาน อันตนบรรลุพระอรหัตกล่าวคือความสิ้นไปแห่งอุปธิโดยลำดับย่อมเป็นธรรมชาติ เบาบาง อธิบายว่า ย่อมละได้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ