เล่มที่ 45

ส่วนที่ 76

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 76 อ้างอิง: Book 45, Section 76 ประเภท: section


เนื้อหา

เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้า ได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล. ในโมหสูตรที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า โมหํ ได้แก่ความไม่รู้. จริงอยู่ความไม่รู้นั้นมีประเภทหลาย อย่าง โดยวิภาคโดยนัยเป็นต้นว่า ความไม่รู้ในทุกข์ ความไม่รู้ในเหตุให้ เกิดทุกข์ ความไม่รู้ในการดับทุกข์ ความไม่รู้ในข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ท่านกล่าวว่า โมหะ เพราะอรรถว่า เป็นเหตุให้หลง หรือหลงไปเอง หรือ เป็นเพียงความหลงเท่านั้น. พึงเห็นว่า โมหะนั้นมีความที่จิตมืดเป็นลักษณะ หรือมีความไม่รู้เป็นลักษณะ มีความไม่แทงตลอดเป็นรส หรือมีความปกปิด สภาพอารมณ์เป็นรส มีการปฏิบัติหลงลืมเป็นอาการปรากฏ หรือปรากฏมืดมัว เป็นอาการปรากฏ มีการไม่ใส่ใจเป็นปทัฏฐาน เป็นรากแห่งอกุศลทั้งหมด. บัดนี้ พึงเห็นความแห่งบทว่า ปชหถ ดังนี้ คนหลง ย่อมไม่รู้อรรถ คนหลง ย่อมไม่รู้ธรรม โมหะ ย่อมครอบงำคน มืดบอดตลอดกาล โมหะ ให้เกิดความ พินาศ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อวิชชาเป็นส่วนเบื้องต้นของการเข้าถึงอกุศลกรรม สัตวโลกถูกโมหะรัดรึงไว้ ปรากฏ ดุจสิ่งน่าพอใจ โมหะเป็นเหตุเพื่อให้เกิดกรรมทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงพิจารณาโทษ ในโมหะ โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนพราหมณ์ คนหลงแลถูกโมหะครอบงำ มีจิตยึดแน่น ย่อมประสบภัยเวรแม้ในปัจจุบัน ย่อมประสบภัยเวรแม้ในภพหน้า และโดยนัยเป็นต้นว่า ความพินาศใด ๆ พึงเกิดขึ้นด้วยธรรมเศร้าหมอง มี กามฉันทะเป็นต้น ความพินาศทั้งหมดนั้นมีโมหะเป็นเหตุ และอานิสงส์ใน การละโมหะ โดยตรงกันข้ามกับโทษนั้น แล้วละโมหะด้วยทังคะเป็นต้นใน ส่วนเบื้องต้น โดยลำดับการละกามฉันทะเป็นต้นนั่นเอง จงละโมหะอันเป็นเอก ของโลภะและโทสะตามที่กล่าวแล้ว โดยสมุจเฉทด้วยตติยมรรค. ก็ในพระสูตร นี้ท่านประสงค์เอาโมหะอันอนาคามิมรรคพึงฆ่านั่นเอง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ