เล่มที่ 44
ส่วนที่ 541
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 541 อ้างอิง: Book 44, Section 541 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า พระองค์ทรงทราบโดยอาการ ทั้งปวง ซึ่งอรรถนี้ กล่าวคือท่านพระลกุณฏกภัททิยะ ยินดีในพระ- อรหัตผลแล้ว จึงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงถึงความนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุทฺธํ ได้แก่ ในรูปธาตุ และอรูปธาตุ. บทว่า อโธ แปลว่า ในกามธาตุ. บทว่า สพฺพธิ แปลว่า ในสังขารแม้ ทั้งหมด. บทว่า วิปฺปมุตฺโต ได้แก่ หลุดพ้นแล้ว โดยประการทั้งปวง ด้วย วิกขัมภนวิมุตติในส่วนเบื้องต้น และด้วยสมุจเฉทวิมุตติ และปฏิปัสสัทธิ- วิมุตติ ในส่วนเบื้องปลาย. ก็ในบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า อุทฺธํ วิปฺปมุตฺโต นี้ ทรงแสดงถึงการละสังโยชน์ อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕. ด้วยบทว่า อโธ วิปฺปมุตฺโต นี้ ทรงแสดงถึงการละสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต่ำ ๕. ด้วย คำว่า สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโต นี้ ทรงแสดงถึงการละอกุศลทั้งปวงที่เหลือ. อีกอย่างหนึ่ง. บทว่า อุทฺธํ เป็นศัพท์แสดงอนาคตกาล. บทว่า อโธ เป็นศัพท์แสดงอดีตกาล. ด้วยศัพท์ทั้งสองนั้นแหละ เป็นอันถือเอา ปัจจุบันนัทธา เพราะเกี่ยวกับระหว่างอดีตกาลกับอนาคตกาล. ในสอง ศัพท์นั้น ด้วยอนาคตกาลศัพท์ เป็นอันถือเอา ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อันเป็นอนาคต. แม้ในบทที่เหลือ ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า สพฺพธิ ได้แก่ ในภพทั้งปวงมีกามภพเป็นต้น. มีคำอธิบายดังต่อไปนี้ว่า หลุดพ้นแล้ว ในภพทั้งปวง ที่สงเคราะห์ด้วย ๓ กาล อย่างนี้ คืออนาคตกาล อดีตกาล และปัจจุบันนกาล. บทว่า อยมหมสฺมีติ อนานุปสฺสิ ความว่า ผู้ใด หลุดพ้นอย่างนี้ ผู้นั้น ย่อมไม่ตามเห็น ในรูปเวทนาเป็นต้น อย่างนี้ โดยสำคัญด้วยอำนาจทิฏฐิและมานะว่า เราเป็นธรรมชื่อนี้ อธิบายว่า ผู้นั้น ไม่มีเหตุในทัสนะเช่นนั้น. อีกอย่างหนึ่ง. บทว่า อยมหมสฺมีติ อนานุ- ปสฺสิ นี้ เป็นบทแสดงอุบายเครื่องบรรลุวิมุตติตามที่กล่าวแล้ว. วิปัสสนาอัน เป็นวุฏฐานคามิมีอันเป็นส่วนเบื้องต้น อันกระทำความไม่ตั้งมั่น ด้วยความ สำคัญ อันมีสภาวะที่เป็นไปในสังขารอันเป็นไปในภูมิ ๓ ซึ่งสงเคราะห์ ด้วยกาล ๓ ว่า นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวของเราแล้ว เกิดขึ้น อย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ตัวของเรา ดังนี้ วิปัสสนานั้น เป็นปทัฏฐานของวิมุตติ. บทว่า เอวํวิมุตฺโต อุทตาริ โอฆํ อติณฺณปุพฺพํ อปุนพฺภวาย ความว่า พระอรหันต์ผู้หลุดพ้นแล้ว โดย ประการทั้งปวง จากสังโยชน์ ๑๐ และจากอกุศลทั้งปวงด้วยประการฉะนี้ ชื่อว่า เป็นผู้ข้ามโอฆะ ๔ อย่างนี้ คือ โอฆะคือกาม ๑ โอฆะคือภพ ๑ โอฆะคือทิฏฐิ ๑ โอฆะคืออวิชชา ๑ ที่ตนยังไม่เคยข้าม แม้ในที่สุด แห่งความฝัน ในกาลก่อนแต่การบรรลุอริยมรรค หรือข้ามขึ้น คือข้ามพ้น โอฆะใหญ่ คือสงสารนั่นเอง โดยไม่มีภพใหม่ คือโดยอนุปาทิเสสนิพพาน- ธาตุ อธิบายว่า ข้ามพ้น ดำรงอยู่ในฝั่ง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ