เล่มที่ 44

ส่วนที่ 390

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 390 อ้างอิง: Book 44, Section 390 ประเภท: section


เนื้อหา

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ชื่อว่าผู้มีจิตสงบระงับ เพราะท่านมี จิตสงบระงับนั่นเอง. อีกอย่างหนึ่ง อุปสมะ ท่านเรียกว่า อุปสันตะ. เพราะฉะนั้น บทว่า อุปสนฺตสนฺตจิตฺตสฺส จึงหมายความว่า ผู้มีจิตสงบ โดยเข้าไปสงบอย่างสิ้นเชิง. อีกอย่างหนึ่ง พระศาสดา เมื่อจะทรงแสดง ว่า เมื่อพระขีณาสพทั้งหมด สงบกิเลสได้เด็ดขาด แต่ความสงบกิเลส ของพระธรรมเสนาบดียังมีพิเศษ อันเป็นเหตุถึงที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณ ไม่ทั่วไปแก่สาวกอื่น ในบรรดาสาวกทั้งหลาย จึงตรัสให้พิเศษด้วย อุป- สนฺต ศัพท์ว่า อุปสนฺตสนฺตจิตฺตสฺส ผู้มีจิตสงบระงับ. ในข้อนั้น มีอธิบายดังต่อไปนี้ :- จิตสงบอย่างยิ่งคือมั่นคง ชื่อว่า อุปสนฺต จิตที่สงบระงับ ด้วยอุปสันตจิตนั้นแหละ ชื่อว่าอุปสันตสันตจิต. จิตของท่านเป็นเช่นนั้น คำทั้งหมด เหมือนกับคำที่มีในก่อนนั้นแล. จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสสรรเสริญชมเชยท่านพระสารีบุตร นั้น โดยอเนกปริยาย โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรมี ปัญญามาก มีปัญญาแน่นหนา มีปัญญาร่าเริงใจ มีปัญญาเร็ว มีปัญญา เฉียบแหลม มีปัญญาเป็นเหตุตรัสรู้. บทว่า เนตฺติจฺฉินฺนสฺส ความว่า ภวตัณหา ท่านเรียกว่า เนตติ เพราะนำสังสารวัฏไป. ชื่อว่า ผู้มีเนตติจ- ฉินนะ เพราะท่านตัดเนตติได้ขาดแล้ว. ของท่านผู้มีเนตติขาดแล้วนั้น อธิบายว่า ผู้ละตัณหาได้แล้ว. บทว่า มุตฺโต โส มารพนฺธนา ความว่า ผู้นั้น คือผู้เป็นอย่างนั้น ได้แก่ผู้มีกิเลสเครื่องพยุงสัตว์ไว้ในภพหมดสิ้น แล้ว หลุดพ้นแล้ว จากเครื่องผูกแห่งมารทั้งปวง ท่านไม่มีกิจที่จะต้อง ทำ เพราะท่านพ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร เพราะฉะนั้น พระธรรมเสนา- บดี จึงพิจารณาความสงบของตน. คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ