เล่มที่ 44
ส่วนที่ 339
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 339 อ้างอิง: Book 44, Section 339 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า เอตมตฺถํ วิหิตฺวา ความว่า ทรงทราบเนื้อความนี้ กล่าวคือ การที่ท่านพระเมฆิยะถูกพวกโจรคือมิจฉาวิตกปล้นภัณฑะคือกุศล. บทว่า อิมํ อุทานํ ความว่า ทรงเปล่งอุทานนี้อันแสดงโทษในการไม่บรรเทา กามวิตกเป็นต้น และอานิสงส์ในการบรรเทากามวิตกเป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขุทฺทา ได้แก่ เลว คือลามก. บทว่า วิตกฺกา ได้แก่ บาปวิตก (อกุศลวิตก) ๓ มีกามวิตกเป็นต้น. ก็อกุศล- วิตกเหล่านั้น ท่านเรียกขุททะในที่นี้ เพราะถูกวิตกทั้งปวงทำให้เลว เหมือนในประโยคมีอาทิว่า ไม่พึงประพฤติเลว. บทว่า สุขุมา ท่าน ประสงค์เอาความตรึกถึงญาติเป็นต้น. ก็วิตกเหล่านี้ คือความตรึกถึงญาติ ตรึกถึงชนบท ตรึกถึงเทวดา ความตรึกที่เกี่ยวกับความเอ็นดูผู้อื่น ความ ตรึกที่เกี่ยวด้วยลาภสักการะ และชื่อเสียง ความตรึกที่เกี่ยวกับความไม่ ดูหมิ่น ย่อมไม่ร้ายแรงเหมือนกามวิตกเป็นต้น เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สุขุมละเอียด เพราะมีสภาวะไม่หยาบ. บทว่า อนุคตา ได้เเก่ อนุวรรตน์ ไปตามจิต. จริงอยู่ เมื่อวิตกเกิดขึ้น จิตก็ไปตามวิตกนั้นแล เพราะยก วิตกนั้นขึ้นสู่อารมณ์. บาลีว่า อนุคฺคตา ดังนี้ก็มี ความว่า อนุฏฺิตา ไม่ตั้งมั่น. บทว่า มนโส อุพฺพิลาปา แปลว่า ทำจิตให้ฟุ้งซ่าน. บทว่า เอเต อวิทฺวา มนโส วิตกฺเก ความว่า ไม่รู้ตามความเป็นจริงซึ่งมโนวิตก มีกามวิตกเป็นต้นเหล่านั้น ด้วยญาตปริญญา ตีรณปริญญา และปหาน- ปริญญา. โดยสลัดออกจากโทษคือความยินดี. บทว่า หุรา หุรํ ธาวติ ภนฺติจิตฺโต ความว่า ชื่อว่ามีจิตไม่ตั้งมั่น เพราะยังละมิจฉาวิตกไม่ได้ จึงแล่นไป คือหมุนไป ๆ มา ๆ ด้วยอำนาจความยินดีเป็นต้นในอารมณ์ นั้น ๆ โดยนัยมีอาทิว่า บางคราวในรูปารมณ์ บางคราวในสัททารมณ์ อีกอย่างหนึ่ง บทว่า หุรา หุรํ ธาวติ ภนฺตจิตฺโต ความว่า มีจิตหมุน ไปด้วยอำนาจอวิชชาและตัณหาอันมีวิตกนั้นเป็นเหตุ เพราะยังกำหนด วิตกไม่ได้ จึงแล่นไป คือท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ โดยจุติและปฏิสนธิ จาก โลกนี้สู่โลกหน้า. บทว่า เอเต จ วิทฺรา มนโส วิตกฺเก ความว่า แต่ รู้ตามความเป็นจริงโดยความยินดีเป็นต้น ซึ่งมโนวิตกมีกามวิตกเป็นต้นมี ประเภทตามที่กล่าวแล้วนั้น. บทว่า อาตาปิโย แปลว่า มีความเพียร. บทว่า สํวรติ แปลว่า ย่อมปิด. บทว่า สติมา แปลว่า สมบูรณ์ด้วย สติ. บทว่า อนุคฺคเต ได้แก่ ไม่เกิดขึ้นโดยอำนาจการได้ด้วยยาก. ท่าน กล่าวคำอธิบายนี้ไว้ว่า รู้มโนวิตกมีกามวิตกเป็นต้นมีประการดังกล่าวแล้ว นั้น ว่าเป็นความฟุ้งซ่านแห่งใจ เพราะเป็นเหตุทำจิตให้ฟุ้งซ่าน คือ รู้โดยชอบทีเดียวด้วยมรรคปัญญาอันประกอบด้วยวิปัสสนาญาณ ชื่อว่าผู้มี ความเพียร มีสติ เพราะมีสัมมาวายามะและสัมมาสติ ซึ่งมีมรรคปัญญานั้น เป็นสหาย ปิดมโนวิตกเหล่านั้นที่ควรจะเกิดต่อไป ไม่ให้เกิดคือไม่ให้ ผุดขึ้นเลยในขณะมรรค ด้วยอริยมรรคภาวนา คือปิดกั้นด้วยญาณสังวร ได้แก่ตัดความปรากฏ (ของวิตกเหล่านั้น) ก็พระอริยสาวกผู้เป็นอย่างนั้น ชื่อว่าพุทธะ เพราะรู้สัจจะทั้ง ๔ ละขาด คือตัดขาดกามวิตกเป็นต้น เหล่านั้นโดยไม่เหลือ คือไม่มีส่วนเหลือ เหตุบรรลุพระอรหัต. แม้ในบท นี้ อาจารย์บางพวกล่าวว่า อนุคเต ดังนี้ก็มี. ความแห่งบท อนุคเต นั้น ได้กล่าวไว้ในหนหลังแล้วแล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ