เล่มที่ 44

ส่วนที่ 295

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 295 อ้างอิง: Book 44, Section 295 ประเภท: section


เนื้อหา

ผู้เดือดร้อน คือถูก ทุกข์เป็นอเนก บีบคั้น เบียดเบียน. บทว่า ปริฬาเหหิ แปลว่า ด้วย ความเร่าร้อน. บทว่า ปริฑยฺหมาเน ได้แก่ ผู้ถูกไฟเผารอบด้านเหมือน เชื้อไฟ. บทว่า ราคเชหิ แปลว่า เกิดแต่ราคะ. แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้. จริงอยู่ กิเลสมีราคะเป็นต้นย่อมเกิดในสันดานใด ย่อมเบียดเบียนสันดาน นั้น เหมือนเผาอยู่. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ภิกษุ- ทั้งหลาย ไฟ ๓ กองนี้ ราคัคคิ ไฟคือราคะ โทสัคคิ ไฟคือโทสะ โมหัคคิ ไฟคือโมหะ. เพราะไฟเหล่านั้นทำจิตและกายให้เศร้าหมอง ฉะนั้น จึง เรียกว่ากิเลส. ก็ในบทเหล่านี้ ด้วยบทว่า ปริฑยฺหมาเน นี้ พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงแสดงถึงกิเลสมีราคะเป็นต้นปวัตติทุกข์ และความที่ สัตว์ถูกปวัตติทุกข์นั้นครองงำ. อนึ่ง ด้วยบทว่า สนฺตปฺปมาเน นี้ ทรง แสดงถึงความที่สัตว์เหล่านั้น เป็นทุกข์ทุกระยะกาล และความเป็นผู้มี อันตรายไม่ขาดระยะเพราะทุกข์นั้น. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งบนอปราชิตบังลังก์ ณ ควง- โพธิพฤกษ์ ในปฐมยามทรงระลึกถึงบุพเพนิวาสญาณ ในมัชฌิมยามทรง ชำระทิพยจักษุ ในปัจฉิมยามทรงหยั่งญาณลงในปฏิจจสมุปบาท ทรงรู้ ยิ่งวัฏทุกข์อันมีกิเลสเป็นมูล ทรงพิจารณากำหนดสังขาร เจริญวิปัสสนา โดยลำดับ ทรงกำจัดกิเลสให้ปราศจากไป ตรัสรู้ยิ่งด้วยพระองค์เองด้วย การบรรลุพระอริยมรรค เพราะทรงละกิเลสได้เด็ดขาดในลำดับปัจจเวก- ขณญาณแล้วจึงทรงเปล่งอุทานว่า อเนกชาติสํสารํ ดังนี้เป็นต้น อัน แสดงถึงความที่พระองค์สิ้นวัฏทุกข์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่ทรง ละ ประทับนั่งขัดสมาธิเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน ในยาม ๓ แห่งราตรี ที่ ๗ ทรงเปล่งอุทาน ๓ อย่าง โดยนัยดังกล่าวแล้ว ในลำดับแห่งอุทาน ที่ ๓ ทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ ทรงเห็นว่า วัฏทุกข์ของสัตว์ทั้งสิ้น นี้ มีกิเลสเป็นมูล ขึ้นชื่อว่ากิเลสเหล่านี้เป็นปวัตติทุกข์ (ทุกข์ในปัจจุบัน) และเป็นเหตุแห่งทุกข์แม้ต่อไป เพราะฉะนั้น สัตว์เหล่านี้ จึงเดือดร้อน หม่นไหม้ เพราะกิเลสเหล่านั้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อทฺทสา โข ภควา ฯ เป ฯ โมหเชหิปิ ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ