เล่มที่ 44

ส่วนที่ 290

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 290 อ้างอิง: Book 44, Section 290 ประเภท: section


เนื้อหา

ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึง ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ผู้ไม่อาศัยศิลปะเลี้ยงชีพ ผู้เบา ปรารถนาประ- โยชน์ มีอินทรีย์สำรวมแล้ว พ้นวิเศษแล้วในธรรม ทั้งปวง ไม่มีที่อยู่เที่ยวไป ไม่ยึดถือว่าของเรา ไม่ มีความหวัง ผู้นั้นกำจัดมารได้แล้ว เป็นผู้เที่ยวไปผู้- เดียว ชื่อว่าเป็นภิกษุ. สิปปสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า โก นุ โข อาวุโส สิปฺปํ ชานาติ ความว่า อาวุโส เมื่อ พวกเราประชุมกันในที่นี้ ใครหนอจะรู้แจ้งอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมี ชีวิตเป็นเหตุ อันได้นามว่า ศิลปะ เพราะอรรถว่าต้องศึกษา. บทว่า โก กึ สิปฺปํ สิกฺขิ ความว่า ใครจะเข้าไปหาตระกูลอาจารย์ผู้ถ่ายทอดศิลปะ ตลอดกาลนานแล้ว ศึกษาศิลปะอะไร ๆ บรรดาศิลปะฝึกช้างเป็นต้น โดย ทางเล่าเรียน และโดยทางปฏิบัติ. บทว่า กตรํ สิปฺปํ สิปฺปานํ อคฺคํ ความว่า ศิลปะชนิดไหนเป็นยอด คือประเสริฐกว่าศิลปะทั้งปวง โดยไม่ ต่ำช้า มีผลมาก และสำเร็จได้ไม่ยาก อธิบายว่า บุคคลอาศัยศิลปะใด แล้วสามารถเป็นอยู่ได้ง่าย. บทว่า ตตฺเถกจฺเจ ความว่า บรรดาภิกษุ เหล่านั้น บางพวกที่ออกบวชจากตระกูลนายหัตถาจารย์นั้น. บทว่า เอว มาหํสุ ความว่า ท่านเหล่านั้นได้กล่าวอย่างนั้น. แม้ต่อแต่นี้ไป ในที่ ๆ กล่าวไว้ว่า เอกจฺเจ ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า หตฺถิสิปฺปํ ความว่า ศิลปะแม้ทุกอย่างต่างโดยการจับช้าง การฝึก การขับขี่ การรักษาโรค เป็นต้น ที่จำต้องกระทำ ท่านประสงค์เอาว่า ศิลปะในการฝึกช้าง ในที่นี้. แม้ในคำว่า อสฺสสิปฺปํ นี้ ก็นัยนี้เหมือนกัน. ส่วน ศิลปะการขับรถ พึง ทราบโดยวิธีฝึกหัด และขับไปเป็นต้นของผู้ขับรถ และโดยการประกอบ รถ. บทว่า ธนุสิปฺปํ ได้แก่ ศิลปะของนายขมังธนู ซึ่งเรียกว่า นักแม่น ธนู. บทว่า ถรุสิปฺปํ ได้แก่ ศิลปะทางอาวุธที่เหลือ. บทว่า มุทฺธาสิปฺปํ ได้แก่ ศิลปะในการนับหัวแม่มือ. บทว่า คณนาสิปฺปํ ได้แก่ ศิลปะในการ นับไม่ขาดระยะ. บทว่า สงฺขานสิปฺปํ ได้แก่ ศิลปะในการนับเป็นก้อน ด้วยการบวกและการลบเป็นต้น. ผู้ที่กล่าวคล่องแคล่วศิลปะนั้น พอเห็น ต้นไม้ ก็นับได้ว่า ต้นไม้นี้มีใบเท่านี้. บทว่า เลขาสิปฺปํ ได้แก่ ศิลปะ ในเพราะเขียนอักษรโดยอาการต่าง ๆ หรือความรู้ในการเขียน. บทว่า กาเวยฺยสิปฺปํ ความว่า ศิลปะการแต่งกาพย์ของกวี ๔ จำพวก มีจินตกวี เป็นต้น ด้วยการคิดของตน ด้วยการฟังที่ได้จากคนอื่น ด้วยประโยชน์ อย่างนี้ว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ เราจักประกอบสิ่งนี้อย่างนี้ หรือด้วยการ เห็นกาพย์อะไร ๆ แล้วเกิดปฏิภาณขึ้นในฐานะว่า เราจักแต่กาพย์ให้ เหมือนกับกาพย์นั้น. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ จินตกวี สุตกวี อัตถกวี และปฏิภาณกวี. บทว่า โลกายตสิปฺปํ ความว่า ศิลปะในวิตัณฑศาสตร์ ที่ปฏิเสธปรโลก และนิพพานเป็นไป โดยนัยมีอาทิว่า กาขาว เพราะกระดูกขาว นกยาง แดงเพราะเลือดแดง. บทว่า ขตฺตวิชฺชาสิปฺปํ ความว่า ศิลปะในนิติ- ศาสตร์มีการอารักขากษัตริย์เป็นต้น. ได้ยินว่า ศิลปะทั้ง ๑๒ นี้ ชื่อว่า มหาศิลปะ ด้วยเหตุนั้นจึงกล่าวไว้ในที่นั้น ๆ ว่า สิปฺปานํ อคฺคํ ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ