เล่มที่ 44

ส่วนที่ 277

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 277 อ้างอิง: Book 44, Section 277 ประเภท: section


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสดับอุทานของท้าวสักกะจอมเทพ เสด็จเหาะขึ้นไปสู่เวหาสแล้ว ทรงเปล่งอุทานในอากาศ ๓ ครั้งว่า โอ ทานเป็นทานอย่างยิ่ง เราตั้งไว้ดีแล้วในพระกัสสป โอ ทานเป็นทานอย่างยิ่ง เราตั้งไว้ดีแล้วในพระกัสสป โอ ทานเป็นทานอย่างยิ่ง เราตั้งไว้ดีแล้วในพระกัสสป. ด้วยทิพยโสตธาตุอันบริสุทธิ์ล่วงโสตของมนุษย์ ลำดับนั้นแล พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมรักใคร่ซึ่งภิกษุ ผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ผู้เลี้ยงตนมิใช่เลี้ยง คนอื่น ผู้คงที่ สงบแล้ว มีสติทุกเมื่อ. มหากัสสปสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ในคำว่า สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน อญฺตรํ สมาธึ สมา- ปชฺชิตฺวา นี้ อันดับแรก เกจิอาจารย์กล่าวไว้ว่า สมาธิอันสัมปยุตด้วย อรหัตผล ท่านประสงค์เอาว่า สมาธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ในสูตรนี้. ก็ท่าน มหากัสสปนั้นเข้าสมาธินั้นมาก เพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และสามารถ ยับยั้งอยู่ถึง ๗ วัน ด้วยผลสมาบัติ. จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสถาปนาท่านไว้ในฐานะอันเสมอกับพระองค์ ในอุตริมนุสธรรม ต่างด้วยอนุบุพพวิหาร ๙ และอภิญญา ๖ เป็นต้น โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เราหวังอยู่ สงัดแล้วจากกามทั้งหลาย สงัดแล้วจาก อกุศลธรรมทั้งหลาย ฯลฯ อยู่เพียงใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ กัสสปหวังอยู่ สงัดแล้วจากกามทั้งหลาย ฯลฯ อยู่เพียงใด ก็ในที่นี้ ไม่ควรกล่าวว่า ถ้าเมื่อเป็นอย่างนั้น พระเถระพึงกระทำแม้ยมกปาฏิหาริย์ ได้ เพราะท่านประสงค์เอาฌานเป็นต้น ที่ทั่วไปแก่พระสาวกเท่านั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ