เล่มที่ 44
ส่วนที่ 218
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 218 อ้างอิง: Book 44, Section 218 ประเภท: section
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถาธิปฺปายํ แปลว่า ตามควรแก่ความ ประสงค์. บทว่า น ตีเรติ แปลว่า ยังไม่ตกลง. จริงอยู่ มหาอุบาสิกา มีความประสงค์จะถวายส่วยอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชาแก่พระราชาแล้วสละ สิ่งของพวกนี้ ความประสงค์นั้น พระราชายังมิได้พิจารณา เพราะพระองค์ ยังมิได้เห็นเลย. ศัพท์ว่า หนฺท เป็นนิบาต ใช้ในอรรถว่าเสียสละ. บทว่า ทิวา ทิวสฺส แปลว่า ในเวลากลางวัน อธิบายว่า ในเวลาเที่ยง. มหา- อุบาสิกาเมื่อจะแสดงความนี้ว่า หม่อมฉันไปยังประตูพระราชนิเวศน์ ๒-๓ วัน ในเวลากลางวัน ด้วยกรณียกิจบางอย่าง เข้าไปหาโดยไร้ประโยชน์ ทีเดียว เพราะความนั้นยังไม่ตกลง แต่การเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เท่านั้น มีประโยชน์เพราะเป็นเหตุให้ได้ทัสนานุตริยะเป็นต้น เพราะ เหตุนั้น หม่อมฉันจึงมาในที่นี้ในเวลานี้ พระเจ้าข้า ดังนี้ จึงกราบทูล คำมีอาทิว่า อิธ เม ภนฺเต. บทว่า เอตมตฺถํ ความว่า ทรงทราบเนื้อความนี้ กล่าวคือ การ สำเร็จความประสงค์โดยเนื่องกับผู้อื่น. ด้วยบทว่า อิมํ อุทานํ พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานนี้ อันแสดงโทษและอานิสงส์ในความเป็นไป ที่อาศัยผู้อื่นกับไม่อาศัยผู้อื่น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพํ ปรวสํ ทุกฺขํ ความว่า อรรถคือ ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นไปในอำนาจของคนอื่น คือเนื่องกับ คนอื่น จัดว่าเป็นทุกข์ คือนำทุกข์มาให้ เพราะไม่อาจให้สำเร็จตามความ ปรารถนาของตน. บทว่า สพฺพํ อิสฺสริยํ สุขํ ความว่า ความเป็นใหญ่ มี ๒ อย่าง คือเป็นโลกิยะ ๑ โลกุตระ ๑. ในสองอย่างนั้น ความเป็นใหญ่ ฝ่ายโลกิยะ มีความเป็นใหญ่แห่งพระราชาเป็นต้น และความเป็นใหญ่ แห่งจิต อันเกิดจากฌาน และอภิญญาฝ่ายโลกิยะ. ความเป็นใหญ่ฝ่าย โลกุตระ ได้แก่ความเป็นใหญ่แห่งนิโรธ อันมีการบรรลุมรรคและผล เป็นนิมิต. ในความเป็นใหญ่เหล่านั้น ความเป็นใหญ่ในมนุษย์อันมีความ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นที่สุด ๑ ความเป็นใหญ่เป็นอธิบดีในหมู่เทพ นั้น ๆ แห่งท้าวสักกะเป็นต้น ๑ ทั้งสองอย่างนั้น แม้ถ้าชื่อว่าเป็นสุข เพราะมีสุขเป็นนิมิต โดยสำเร็จตามความปรารถนาด้วยอานุภาพแห่งกรรม แต่ถึงกระนั้น จะชื่อว่าเป็นสุขอย่างแท้จริง โดยประการทั้งปวงก็หาไม่ เพราะเป็นทุกข์โดยมีความแปรปรวนไป. อนึ่ง ความเป็นใหญ่ทางจิตอัน เกิดจากโลกิยฌานเป็นต้น ชื่อว่าไม่เป็นสุขอย่างแท้จริง เพราะมีความไม่ เที่ยงเป็นที่สุด. ส่วนความเป็นใหญ่แห่งนิโรธเท่านั้น ชื่อว่ามีความเป็นสุข อย่างแท้จริง เพราะไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม และเพราะไม่มีการหมุนกลับ (นิโรธ) เป็นสภาวะ. ก็ในที่นี้ พระศาสดาทรงหมายเอาสุขทางใจที่ได้ โดยไม่เนื่องกับสิ่งอื่นในทุกสถานทีเดียว จึงตรัสว่า สพฺพํ อิสฺสริยํ สุขํ ความเป็นใหญ่ทั้งปวงนำมาซึ่งความสุข.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ