เล่มที่ 44
ส่วนที่ 205
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 205 อ้างอิง: Book 44, Section 205 ประเภท: section
เนื้อหา
อนึ่ง สัตว์เหล่าใด เป็นพุทธเวไนย เป็นเผ่าพันธุ์แห่งสัตว์ผู้จะ ตรัสรู้ ทั้งหมดนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแนะนำด้วยพระองค์เอง อย่างสิ้นเชิง. ส่วนสัตว์เหล่าใด เป็นสาวกเวไนย และเป็นธรรมเวไนย สัตว์แม้เหล่านั้น อันสาวกเป็นต้นแนะนำแล้ว ย่อมถึงและจักถึงซึ่งการนำ ไปให้วิเศษได้. เพื่อประโยชน์ใด พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงปรารถนา เฉพาะอภิสัมโพธิญาณ เพราะให้ประโยชน์นั้นสำเร็จโดยแท้จริง พระ- อภิสัมโพธิญาณจึงเป็นคุณถ่องแท้ ไม่ผิด ไม่กลายเป็นอื่น. อีกอย่างหนึ่ง สภาวะใด ๆ แห่งไญยธรรมใด ๆ อันสัตว์พึงตรัสรู้ สภาวะนั้น ๆ ชื่อว่า อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้ยิ่งแล้ว โดยสิ้นเชิง อย่างไม่ผิดแผก ด้วยญาณของพระองค์เนื่องด้วยเหตุเพียงทรงรำพึงถึง เหมือนผลมะขามป้อมที่วางไว้บนฝ่ามือ แม้เพราะเหตุนี้ อภิสัมโพธิญาณ (ของพระองค์) จึงชื่อว่า ถ่องแท้ ไม่ผิด ไม่กลายเป็นอย่างอื่น. อนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรวจดูประการแห่งธรรมเหล่านั้นที่จะพึง แสดงโดยประการนั้น ๆ และอัธยาศัย อนุสัย จริยา และอธิมุตติของสัตว์ นั้น ๆ โดยชอบทีเดียว ทั้งไม่ทรงละธรรมดา ไม่ล่วงเลยนัยแห่งบัญญัติ และเหตุเพียงบัญญัติ กระทำธรรมดาให้แจ่มแจ้ง และทรงอนุศาสน์ตาม ความผิด ตามอัธยาศัย และตามธรรม จึงทรงแนะนำเวไนยสัตว์ให้บรรลุ อริยภูมิแล. แม้การทรงบัญญัติพระธรรมวินัยของพระองค์ ก็ชื่อว่า ถ่องแท้ ไม่ผิด ไม่กลายเป็นอย่างอื่น เพราะประโยชน์นั้นสำเร็จ และเป็น ไปตามความเป็นจริง. อนึ่ง อมตมหานิพพานธาตุ อันพระผู้มีพระภาค- เจ้า ทรงบรรลุแล้วโดยลำดับ อันพ้นจากสภาวะแห่งรูปมีปฐวีธาตุเป็นต้น และสภาวะแห่งอรูปมีผัสสะและเวทนาเป็นต้น ชื่อว่า ล่วงเสียซึ่งสภาวะแห่ง โลก เพราะไม่มีภาวะคือความหลอกลวง ชื่อว่า ไม่มีปัจจัยอะไรๆ ทำให้ สว่าง เพราะปราศจากความมืด ชื่อว่า ปราศจากภาวะแห่งคติเป็นต้น เพราะไม่มีโอภาสแสงสว่างนั่นเอง ไม่มีที่ตั้งอาศัย ไม่มีอารมณ์ ท่าน เรียกว่า อนุปาทิเสส เพราะอุปาทิกล่าวคือขันธ์ แม้มาตรว่าเป็นส่วน เหลือไม่มี ซึ่งพระองค์ทรงหมายตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อายตนะ มีอยู่ ในที่ ๆ ไม่มี ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อากา- สานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญา- นาสัญญายตนะ โลกนี้ก็ไม่มี โลกหน้าก็ไม่มี และพระจันทร์พระอาทิตย์ ทั้งสองก็ไม่มี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวที่นั้นว่า เป็นอาคติ เป็น คติ เป็นฐิติ เป็นจุติ เป็นอุปบัติ นั่นไม่เป็นที่ตั้งอาศัย เป็นไปไม่ได้ ไม่มีอารมณ์ นั่นเป็นที่สุดทุกข์ ดังนี้. อมตมหานิพพานธาตุนั้น ถึง ความดับสูญแห่งอุปาทานขันธ์แม้ทั้งหมด เป็นสภาวะสงบสรรพสังขาร เป็นสภาวะสละคืนอุปาทิกิเลสทั้งปวง เป็นที่สงบทุกข์ทั้งปวง เป็นที่ถอน ความอาลัยทั้งปวง เป็นที่ขาดแห่งวัฏฏะทั้งปวง มีความสงบอย่างแท้จริง เป็นลักษณะ เพราะฉะนั้น อมตมหานิพพานธาตุนั้น จึงชื่อว่า ถ่องแท้ ไม่ผิด ไม่กลายเป็นอย่างอื่น เพราะไม่กล่าวสภาวะตามความเป็นจริงให้ คลาดเคลื่อนในกาลไหน ๆ. พระองค์ ชื่อว่า ตถาคต เพราะเสด็จไป เสด็จเข้าถึง บรรลุ ดำเนินไป เสด็จถึงอย่างถ่องแท้ ซึ่งอมตมหานิพพาน- ธาตุนั้นมีอภิชาติเป็นต้น ด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มี- พระภาคเจ้า จึงทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปโดยถ่องแท้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ