เล่มที่ 44
ส่วนที่ 146
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 146 อ้างอิง: Book 44, Section 146 ประเภท: section
เนื้อหา
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึง ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ผู้ใดแสวงหาความสุขเพื่อตน ย่อมเบียดเบียน สัตว์ทั้งหลาย ผู้ใคร่ความสุขด้วยท่อนไม้ ผู้นั้นย่อม ไม่ได้ความสุขในโลกหน้า ผู้ใดแสวงหาความสุข เพื่อตน ย่อมไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายผู้ใคร่ความ สุขด้วยท่อนไม้ ผู้นั้นย่อมได้ความสุขในโลกหน้า. ทัณฑสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้:- บทว่า กุมารกา ได้แก่ เด็กทั้งหลาย. อันตราศัพท์ ในคำว่า อนฺตรา จ สาวตฺถึ อนฺตรา จ เชตวนํ นี้ มาในเหตุ ในประโยคมีอาทิ ว่า ใครจะรู้เหตุนั้น นอกจากตถาคต และว่า ชนทั้งหลาย ประชุม ปรึกษาถึงเหตุอะไรกะเราและท่าน. มาในขณะ ในประโยคมีอาทิว่า ท่านผู้เจริญ หญิงคนหนึ่งกำลังล้างภาชนะ ได้เห็นเราในขณะฟ้าแลบ. มาในจิต ในประโยคมีอาทิว่า ความโกรธเคืองไม่มีจากจิตของผู้ใด. มาใน ท่ามกลาง ในประโยคมีอาทิว่า ถึงที่สุดในท่ามกลาง. มาในระหว่าง ในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง แม่น้ำตโปทานี้ ไหล มาจากระหว่างมหานรกทั้งสอง. แม้ในที่นี้ ศัพท์ว่าอันตรานี้นั้น พึง ทราบว่าใช้ในระหว่าง เพราะฉะนั้น พึงทราบอรรถในอันตราศัพท์นี้อย่าง นี้ว่า ในระหว่างกรุงสาวัตถี กับพระเชตวัน. ก็เพราะประกอบด้วย อันตราศัพท์ ในที่นี้จึงเป็นทุติยาวิภัตติว่า อนฺตรา จ สาวตฺถึ อนฺตรา จ เชตวนํ ระหว่างกรุงสาวัตถี และระหว่างพระเชตวันวิหาร. ในที่เช่นนี้ นักคิดอักษรทั้งหลายประกอบอันตราศัพท์ ๆ เดียวเท่านั้นว่า อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ คจฺฉติ ไประหว่างบ้านกับระหว่างแม่น้ำ. อันตราศัพท์ เป็นอันต้องประกอบแม้กับบทที่สอง แต่ในที่นี้ท่านประกอบไว้แล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ