เล่มที่ 44
ส่วนที่ 103
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 103 อ้างอิง: Book 44, Section 103 ประเภท: section
เนื้อหา
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึง ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ความสะอาดย่อมไม่มีเพราะน้ำ (แต่) ชนเป็นอัน มากยังอาบอยู่ในน้ำนี้ สัจจะ และธรรมมีอยู่ในผู้ ใด ผู้นั้นเป็นผู้สะอาดและเป็นพราหมณ์. ชฏิลสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า คยา ในคำว่า คยายํ นี้ เขาเรียกว่าบ้านบ้าง ท่าบ้าง. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อประทับอยู่ในที่ไม่ไกลคยาคาม เขาเรียกว่าประทับ อยู่ใกล้บ้านคยา. เมื่อประทับอยู่ในที่ไม่ไกลท่าคยา เขาก็เรียกว่าประทับอยู่ ใกล้ท่าคยาเหมือนกัน. จริงอยู่ ในคำว่า คยาติตฺถํ สระก็ดี แม่น้ำก็ดี สายหนึ่งมีอยู่ในที่ไม่ไกลบ้าน ชื่อว่าคยา. ทั้งสองอย่างนั้น โลกิยมหาชน เรียกกันว่า ท่าเป็นที่ลอยบาป. บทว่า คยาสีเส ความว่า ในที่นั้น มี เขาลูกหนึ่งชื่อคยาสีสะมียอดคล้ายศีรษะช้าง เป็นที่มีศิลาคาดเหมือนกระ- พองช้าง เป็นโอกาสพอภิกษุพันรูปอยู่ได้, พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ประทับ อยู่ในที่นั้น. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า คยายํ วิหรติ คยาสีเส. บทว่า ชฏิลา ได้แก่ พวกดาบส. จริงอยู่ คาบสเหล่านั้น เขา เรียกว่า ชฎิล ในที่นี้ เพราะเป็นผู้ทรงชฎา. บทว่า อนฺตรฏเก หิมปาตสมเย ความว่า ในเวลาหิมะตกมีปริมาณถึง ๘ วัน คือ ในที่สุด ของเดือนมาฆะอันเป็นภายในเหมันตฤดู ๔ วัน ในวันต้นของเดือนผัค- คณะ ๔ วัน. บทว่า คยายํ อุมฺมุชฺชนฺติ ความว่า คนบางพวกดำลง ทั้งตัวครั้งแรกในน้ำที่สมมุติกันว่าท่าน้ำนั้น จากนั้น ก็ผุดขึ้นว่ายลอยไป. บทว่า นิมฺมุชฺชนติ ความว่า คำลงในน้ำเพียงศีรษะ. บทว่า อุมฺมุชฺช- นิมฺมุชฺชนฺติ กโรนฺติ ความว่า กระทำการผุดขึ้นดำลงบ่อย ๆ. จริงอยู่ ในการกระทำนั้น คนบางพวกมีความเห็นอย่างนี้ว่า ด้วยการผุดขึ้นคราว เดียวเท่านั้น เป็นอันบริสุทธิ์จากบาป คนเหล่านั้นจึงกระทำเฉพาะการผุด ขึ้นเท่านั้นแล้วก็ไป แต่การผุดขึ้นไม่มีในระหว่างการดดำลง เพราะฉะนั้น ชนเหล่านั้นจึงกระทำเพียงการดำลง โดยไม่เว้น ฝ่ายชนผู้มีความเห็นอย่าง นี้ว่า ด้วยการดำลงคราวเดียวเท่านั้น จึงเป็นอันบริสุทธิ์จากบาป จึงดำ ลงเฉพาะคราวเดียว กระทำเพียงการผุดขึ้น โดยไม่เว้น ตามนัยที่กล่าว แล้วนั่นแลแล้วก็หลีกไป. ฝ่ายชนที่มีความเห็นอย่างนี้ว่า ด้วยการคำลงที่ ท่านั้นแล เป็นการบริสุทธิ์จากบาป จึงดำลงที่ท่านั้นกลั้นลมหายใจสิ้น ชีวิตลงในที่นั้นนั่นเอง เหมือนจมเหวทราย. อีกพวกหนึ่ง มีความเห็น อย่างนี้ว่า ในการกระทำการผุดขึ้นคำลงบ่อย ๆ แล้วจึงอาบ เป็นการ บริสุทธิ์จากบาป ชนเหล่านั้นจึงทำการผุดขึ้นและดำลงตลอดเวลา. ท่าน หมายเอาคนเหล่านั้นทั้งหมดจึงกล่าวว่า ผุดขึ้นบ้าง ดำลงบ้าง ทั้งผุด ทั้งดำบ้าง. ก็ในข้อนี้ การผุดขึ้นต้องมีการดำลงก่อนก็จริง ถึงกระนั้น ชนผู้กระทำเฉพาะการดำลง มีเล็กน้อย ชนผู้ทำการผุดขึ้น และการดำลง ผุดขึ้นทั้งสอง มีมาก เพราะฉะนั้น เพื่อจะแสดงภาวะที่ชนเหล่านั้นเป็น ฝ่ายข้างมาก จึงกล่าวการผุดขึ้นก่อน. อนึ่ง คำว่า ชฏิลา ก็เหมือนกัน ท่านกล่าวไว้ ก็เพราะพวกชฎิลเป็นฝ่ายข้างมาก อนึ่ง พวกพราหมณ์ แม้ทั้งศีรษะโล้นและเกล้าผมเป็นแหยม ผู้ต้องการความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ย่อมกระทำอย่างนั้นที่ท่าน้ำนั้น ในกาลนั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ