เล่มที่ 44
ส่วนที่ 77
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 77 อ้างอิง: Book 44, Section 77 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า พระองค์ทรงรู้แจ้งความนี้อัน เป็นจุดยอดแห่งปัญหาที่พราหมณ์นั้นทูลถาม จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลา นั้น. แต่พระองค์มิได้ทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์นั้น. เพราะเหตุไร ? เพราะพราหมณ์ยังไม่เป็นที่รองรับพระธรรมเทศนา. จริงอย่างนั้น พราหมณ์นั้นได้ฟังคาถานี้แล้ว ก็หาได้ตรัสรู้สัจจะไม่. และการประกาศ พุทธคุณแก่อุปกาชีวก เหมือนการประกาศแก่พราหมณ์นี้. จริงอยู่ พระ- ดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในส่วนเบื้องต้น ก่อนการประกาศพระ- ธรรมจักร เฉพาะเป็นส่วนแห่งวาสนาแก่คนเหล่าอื่นผู้ได้สดับ เหมือนให้ สรณะแก่ตปุสสะและภัลลิกะ. (พาณิช ๒ พี่น้อง) ไม่ใช่เป็นส่วนแห่งพระ- เสขะและมิใช่เป็นส่วนแห่งการตรัสรู้. ความจริง ข้อธรรมนั้นเป็นธรรมดา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย พฺราหฺมโณ ความว่า บุคคลใด ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะลอยบาปธรรมได้ เป็นผู้ประกอบด้วยบาปธรรม มีการตวาดว่า หึ หึ ดุจน้ำฝาดเป็นต้น. เพราะเป็นทิฏฐิมังคลิกะ ยัง ปฏิญญาตนว่าเป็นพราหมณ์ โดยเพียงชาติอย่างเดียว ก็หาไม่ บุคคลนั้น ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะลอยบาปธรรมได้ ชื่อว่าปราศจากกิเลสที่ขู่ ผู้อื่นว่า หึ หึ เพราะละกิเลสที่ขู่ผู้อื่นว่า หึ หึ ได้ ชื่อว่าไม่มีกิเลสดุจน้ำ ฝาด เพราะไม่มีกิเลสดุจน้ำฝาด มีราคะเป็นต้น ชื่อว่ามีความเพียรเป็น สภาวะ เพราะมีจิตประกอบด้วยภาวนานุโยค หรือชื่อว่าสำรวมตนแล้ว เพราะมีจิตสำรวมแล้วด้วยศีลสังวร ชื่อว่าผู้ถึงที่สุดแห่งเวท เพราะถึงที่สุด คือพระนิพพานซึ่งเป็นสุดสิ้นสังขาร หรือที่สุดแห่งเวท ด้วยเวททั้งหลาย กล่าวคือมรรคญาณ ๔. ชื่อว่าอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว เพราะอยู่จบมรรค- พรหมจรรย์. บุคคลผู้กล่าววาทะเป็นพราหมณ์โดยธรรม คือกล่าววาทะว่า เป็นพราหมณ์โดยธรรม คือโดยชอบธรรมนั้น (เขา) ไม่มีกิเลสเครื่องฟู ขึ้นเหล่านี้ ได้แก่กิเลสเครื่องฟูขึ้น คือราคะ โทสะ โมหะ มานะ และทิฏฐิ ในที่ไหนๆ คือแม้ในอารมณ์เดียว ในโลกสันนิวาสทั้งสิ้น อธิบายว่า ละได้โดยสิ้นเชิง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ