เล่มที่ 44
ส่วนที่ 16
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 16 อ้างอิง: Book 44, Section 16 ประเภท: section
เนื้อหา
สุต ศัพท์มีอรรถว่าวิสสุตธรรมใน ประโยคมีอาทิว่า สุตธมฺมสฺส ปสฺสโต ผู้มีธรรมปรากฏแล้ว เห็นอยู่. สุต ศัพท์มีอรรถว่า กิเลเสน กิลินฺนา กิลินฺนสฺส ในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุณีผู้กำหนัดด้วยราคะ ต่อบุรุษผู้กำหนัดด้วยราคะ. สุตศัพท์มีอรรถว่า สั่งสมในประโยคมีอาทิว่า ตุมฺเหหิ ปุญฺํ ปสุตํ อนปฺปกํ ท่านสั่งสม บุญไว้มิใช่น้อย. สุตศัพท์มีอรรถว่า ณานานุยุตฺตา ในประโยคมีอาทิว่า เย ฌานปสุตา ธีรา ชนเหล่าใดเป็นนักปราชญ์ประกอบในฌาน. สุต ศัพท์มีอรรถว่า โสตวิญเญยยะ. ในประโยคมีอาทิ ว่า ทิฏฺํ สุตํ มุตํ รูป ที่เห็น เสียงที่ได้ฟัง อารมณ์ที่ได้ทราบ. สุตศัพท์ที่มีอรรถว่าทรงความรู้ ตามกระแสแห่งโสตทวาร ในประโยคมีอาทิว่า สุตธโร สุตสนฺนิจโย ทรงไว้ซึ่งสุตะ สั่งสมสุตะ. แต่ในที่นี้ สุต ศัพท์นั้นมีอรรถว่า อุปธาริตํ อันท่านทรงไว้ หรือ อุปธารณํ การทรงไว้ ตามกระแสแห่งโสตทวาร. จริงอยู่ เมื่อเมศัพท์มีมยาศัพท์เป็นอรรถ ความว่า ข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้ว อย่างนี้ คือ ทรงไว้ตามกระแสแห่งโสตทวาร ดังนี้ จึงจะควร. เมื่อเมศัพท์ มีมมศัพท์เป็นอรรถ ความว่า การฟังของข้าพเจ้าอย่างนี้ คือ การทรงจำ ตามกระแสแห่งโสตทวาร ดังนี้ จึงจะถูก. บรรดาบททั้ง ๓ ตามที่กล่าวมานั้น เพราะเหตุที่ เอวํ ศัพท์ ใช้เคียง กับสุตศัพท์ พึงส่องถึงกิริยา คือการฟัง ฉะนั้น บทว่า เอวํ * เป็นคำ แสดงไขถึงกิจแห่งวิญญาณที่เป็นไปทางโสตทวาร มีโสตวิญญาณและ สัมปฏิจฉนะ เป็นต้น และแห่งวิญาณที่เป็นไปทางมโนทวาร อันวิญ- ญาณทางโสตทวารนั้นนำมา. บทว่า เม เป็นบทแสดงไขถึงบุคคลผู้พรั่ง- พร้อมด้วยวิญญาณดังกล่าวแล้ว. จริงอยู่ พากย์คือคำพูดที่เป็นประโยค ทุกพากย์ประกอบด้วยอรรถแห่ง เอวํ อักษรนั่งเอง เพราะพากย์เหล่านั้น มีอวธารณะเป็นผล. บทว่า สุตํ เป็นบทแสดงไขถึงการถือเอา ไม่ยิ่งไม่ หย่อนและไม่วิปริต จากการปฏิเสธการไม่ได้ยิน. เหมือนอย่างว่า การ พึงควรจะกล่าวว่า สุตเมว ฉันใด การฟังนั้นก็ฉันนั้น เป็นการฟังถูกต้อง คือ เป็นการถือเอาไม่หย่อน ไม่ยิ่ง และไม่วิปริต. อีกอย่างหนึ่ง เสียง ที่บ่งถึงอรรถโดยส่องถึงอรรถในลำดับแห่งเสียง เพราะเหตุนั้น ในฝ่ายนี้ เพราะเหตุที่สุตศัพท์นี้มีอรรถที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า อสุตํ น โหติ การ ไม่ได้ยิน ไม่มี ฉะนั้น บทว่า สุตํ จึงเป็นบทแสดงไขถึงการถือเอาไม่ หย่อน ไม่ยิ่ง และไม่วิปริต โดยปฏิเสธภาวะที่ไม่ได้ยิน. พระเถระกล่าว อธิบายคำนี้ไว้ดังนี้ เราได้ฟังมาแล้วอย่างนี้ เราไม่ได้เห็น เราไม่ทำให้ แจ้งด้วยสยัมภูญาณ หรือเราไม่ได้มาโดยประการอื่น. อีกอย่างหนึ่ง เรา ได้ฟังมาแล้วทีเดียว และการฟังนั้นแลเป็นการฟังชอบแท้. อีกอย่างหนึ่ง ใน เอวํ ศัพท์ซึ่งมีอวธารณะเป็นอรรถ ก็มีอรรถโยชนา การประกอบความ ดังว่ามานี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ