เล่มที่ 44

ส่วนที่ 7

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 7 อ้างอิง: Book 44, Section 7 ประเภท: section


เนื้อหา

มา ในอวธารณะ (ห้ามความอื่น) ดูก่อนชาวกาลามะ ท่านสำคัญความข้อนั้น เป็นอย่างไร ธรรมเหล่านี้ เป็นกุศลหรือเป็นอกุศล. เป็นอกุศลพระ- เจ้าข้า มีโทษหรือไม่มีโทษ. มีโทษพระเจ้าข้า. วิญญูชนติเตียนหรือ สรรเสริญ. วิญญูชนติเตียนพระเจ้าข้า. ธรรมทั้งหลายที่สมาทานให้บริบูรณ์ แล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลหรือเพื่อทุกข์ หรือว่าไม่เป็น ไป หรือในข้อนั้นเป็นอย่างไร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมที่สมาทาน ให้บริบูรณ์แล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูลเพื่อทุกข์ ในข้อนี้ พวกข้าพระองค์มีความเห็นอย่างนั้น . มาในคำถาม ในประโยคมีอาทิว่า ชนเหล่านั้น อาบน้ำอย่างดี ลูบไล้อย่างดี ปลงผมและหนวด สวมใส่ มาลัยและเครื่องอาภรณ์ ฯลฯ อย่างนั้นหรือ. มาในอิทมัตถะ (อรรถแห่ง อิทํ ศัพท์) ในประโยคมีอาทิว่า สิปปายตนะมากมายที่เข้ากับศิลปะนี้ อาการนี้ มีประการอย่างนี้. จริงอยู่ คต ศัพท์ มีการยักเรียกว่า ประการ. ศัพท์ว่า วิธาการะ. ก็เหมือนกัน. จริงอย่างนั้น ชาวโลกกล่าว คต ศัพท์ ที่ประกอบกับ วิธ ศัพท์ในอรรถว่าประการ. มาในปริมาณ ในประโยค มีอาทิว่า มีการเปลี่ยนแปลงเร็วเป็นปริมาณ มีการสิ้นสุดอายุเป็นปริมาณ. ก็ด้วย เอวํ ศัพท์ในคำว่า เอวํ วิตกฺกิตํ โน ตุมฺเหหิ เอวมายุ- ปริยนฺโต เอวํ ศัพท์ที่ชื่อว่า มีอาการเป็นอรรถเท่านั้น เพราะกล่าวอาการ ถามและอาการปริมาณมิใช่หรือ ? ไม่ใช่ เพราะมีความแปลกกัน. ก็ เอวํ ศัพท์ในที่นี้บอกเพียงอาการ ท่านประสงค์เอาว่า มีอาการเป็นอรรถ. แต่ เอวํ ศัพท์ในคำมีอาทิว่า เอวํ พฺยา โข บอกความแปลกกันแห่งอาการ. ก็ เอวํ ศัพท์เหล่านี้ ที่ชื่อว่าบอกความแปลกกันแห่งอาการ เพราะบอก อาการแห่งคำถาม และอาการแห่งปริมาณ. ก็เพราะอธิบายอย่างนี้ อุทาหรณ์อุปมามีอาทิว่า สัตว์เกิดมาก็ฉันนั้นจึงจะถูก. ก็ในข้อนั้นมีอธิบาย ดังนี้ สัตว์ชื่อว่า มัจจะ เพราะมีอันจะพึงตายเป็นสภาวะ จำต้องบำเพ็ญ บุญเป็นอันมากอันเป็นเช่นกลุ่มดอกไม้ เพราะควรแก่ฐานที่เป็นกองดอก ไม้ในคาถานี้ว่า ยถาปิ ปุปฺผราสิมฺหา ภยิรา มหาคุเณ พหู เอวํ ชาเตน มจฺเจน กตฺตพฺพํ กุสลํ พหุํ นายมาลาการผู้ฉลาด พึงกระทำพวงดอกไม้จาก กองดอกไม้ให้มาก แม้ฉันใด สัตว์ผู้มีอันจะพึงตาย เป็นสภาวะเกิดแล้ว จำต้องทำกุศลให้มาก ฉันนั้น เพราะตั้งขึ้นจากเหตุแห่งการบำเพ็ญบุญมีทานเป็นต้น มีเกิดในมนุษย์ การคบหาสัปบุรุษ การฟังพระสัทธรรม การทำไว้ในใจโดยแยบคาย และการสมบูรณ์ด้วยโภคะ เป็นต้น เพราะประกอบด้วยคุณวิเศษมีความ งามและมีกลิ่นหอมเป็นต้น เพราะฉะนั้น เมื่อว่าโดยไม่แปลกกัน จึงมี กองดอกไม้ และกลุ่มดอกไม้เป็นเครื่องเปรียบ. อาการเปรียบเทียบกลุ่ม ดอกไม้เหล่านั้น ท่านกล่าวไว้โดยกำหนดไม่แน่นอน ด้วย ยถา ศัพท์ กล่าวโดยกำหนดแน่นอน ด้วย เอวํ ศัพท์อีก. ก็อาการเปรียบเทียบนั้น เมื่อกำหนดลงไป โดยใจความก็เป็นเพียงอุปมาเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อุปมายํ อาคโต มาในอุปมา ดังนี้ .


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ