เล่มที่ 43

ส่วนที่ 330

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 330 อ้างอิง: Book 43, Section 330 ประเภท: section


เนื้อหา

๒. ในกาลใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่งในธรรม ทั้งสอง ในกาลนั้น กิเลสเครื่องประกอบทั้งปวงของ พราหมณ์ผู้รู้อยู่ ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้. ๓. ฝั่งก็ดี ที่มิใช่ฝั่งก็ดี ฝั่งและที่มิใช่ฝั่งก็ดี ไม่มีแก่ผู้ใด เราเรียกผู้นั้นซึ่งมีความกระวนกระวาย ไปปราศแล้ว ผู้พราก (จากกิเลส) ได้แล้วว่า เป็น พราหมณ์. ๔. เราเรียกบุคคลผู้มีความเพ่ง ผู้ปราศจากธุลี อยู่แต่ผู้เดียว มีกิจอันกระทำแล้ว หาอาสวะมิได้ บรรลุประโยชน์อันสูงสุดแล้วนั้นว่า เป็นพราหมณ์. ๕. พระอาทิตย์ ย่อมส่องแสงในกลางวัน พระจันทร์ย่อมรุ่งเรื่องในกลางคืน กษัตริย์ทรงเครื่อง รบแล้ว ย่อมรุ่งเรือง พราหมณ์ผู้มีความเพ่ง ย่อม ๑. วรรคนี้ มีอรรถกถา ๓๙ เรื่อง. รุ่งเรือง ส่วนพระพุทธเจ้า ย่อมรุ่งเรืองด้วยเดช ตลอดกลางวันและกลางคืน. ๖. บุคคลมีบาปอันลอยแล้วแล เราเรียกว่า พราหมณ์ บุคคลที่เราเรียกว่า สมณะ เพราะความ ประพฤติเรียบร้อย บุคคลขับไล่มลทินของตนอยู่ เพราะเหตุนั้น เราเรียกว่า บรรพชิต. ๗. พราหมณ์ไม่ควรประหารแก่พราหมณ์ ไม่ ควรจอง (เวร) แก่เขา น่าติเตียนพราหมณ์ผู้ประหาร พราหมณ์ น่าติเตียนพราหมณ์ผู้จอง (เวร) ยิ่งกว่า พราหมณ์ผู้ประหารนั้น. ความเกียจกันใจจากอารมณ์ อันเป็นที่รักทั้งหลายใด ความเกียดกันนั่นย่อมเป็น ความประเสริฐไม่น้อยแก่พราหมณ์ ใจอันสัมปยุต ด้วยความเบียดเบียน ย่อมกลับได้จากวัตถุใด ๆ ความทุกข์ย่อมสงบได้เพราะวัตถุนั้น ๆ นั่นแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ