เล่มที่ 43
ส่วนที่ 29
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 29 อ้างอิง: Book 43, Section 29 ประเภท: section
เนื้อหา
พระศาสดาตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชื่อว่าติสสะนั้นย่อมเที่ยว โอ้อวด ในบัดนี้เท่านั้นหามิได้; แม้ในกาลก่อน เธอก็ได้เป็นผู้โอ้อวด แล้ว," อันภิกษุทั้งหลายทูลวิงวอนแล้ว ทรงนำอดีตนิทานมาแล้ว ทรง ยังกฏาหกชาดก ๑ นี้ให้พิสดารว่า :- ๑. ขุ. ชา. ๒๗/๔๐. อรรถกถา. ๒/๓๒๖. "นายกฏาหกนั้น ไปสู่ชนบทอื่น จึงพูดอวดซึ่ง ทรัพย์แม้มาก, นายมาตามแล้ว พึงประทุษร้าย, กฏาหก ท่านจงบริโภคโภคะทั้งหลายเถิด." ดังนี้แล้ว ตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลใดเมื่อชนเหล่าอื่นให้ซึ่งวัตถุ น้อยก็ตาม มากก็ตาม เศร้าหมองก็ตาม ประณีตก็ตาม หรือให้วัตถุแก่ ชนเหล่าอื่น (แต่) ไม่ให้แก่ตน ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน; ฌานก็ดี วิปัสสนา ก็ดี มรรคและผลก็ดี ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น" ดังนี้แล้ว เมื่อจะ ทรงแสดงธรรมได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า :- ททาติ เว ยถาสทฺธํ ยถาปสาทนํ ชโน ตตฺถ โย มงฺกุโต โหติ ปเรสํ ปานโภชเน น โส ทิวา วา รตฺตึ วา สมาธึ อธิคจฺฉติ. ยสฺสเจตํ สมุจฺฉินฺนํ มูลฆจฺจํ สมูหตํ ส เว ทิวา วา รตฺตึ วา สมาธึ อธิคจฺฉติ. "ชนย่อมให้ (ทาน) ตามศรัทธา ตามความ เลื่อมใสแล, ชนใด ย่อมเป็นผู้เก้อเขินในเพราะน้ำ และข้าวของชนเหล่าอื่นนั้น, ชนนั้นย่อมไม่บรรลุ สมาธิในกลางวันหรือในกลางคืน. ก็อกุศลธรรมอัน บุคคลใดตัดขาดแล้ว ถอนขึ้นทำให้มีรากขาดแล้ว, บุคคลนั้นแล ย่อมบรรลุสมาธิ ในกลางวันหรือใน กลางคืน."
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ