เล่มที่ 42

ส่วนที่ 199

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 199 อ้างอิง: Book 42, Section 199 ประเภท: section


เนื้อหา

หํสา อาทิจฺจปเถ ยนฺติ อากาเส ยนฺติ อิทฺธิยา นียนฺติ ธีรา โลกมฺหา เชตฺวา มารํ สวาหนํ. " หงส์ทั้งหลาย ย่อมไปในทางแห่งดวงอาทิตย์. ท่านผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายย่อมไปในอากาศด้วยฤทธิ์, ธีร- ชนชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ย่อมออกไปจาก โลกได้. " บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งพระคาถานั้นว่า :- " หงส์เหล่านี้ ย่อมไปในทางแห่งดวงอาทิตย์คือในอากาศ. ก็ อิทธิบาทอันชนเหล่าใดเจริญดีแล้ว. ชนแม้เหล่านั้น ย่อมไปในอากาศ ด้วยฤทธิ์. แม้ธีรชนทั้งหลายคือบัณฑิต ชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ย่อมออกไป คือย่อมสลัดออกจากโลกคือวัฏฏะนี้ ได้แก่ถึงพระนิพพาน." ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา- ปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล. พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภนางจิญจ- มาณวิกา ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " เอกธมฺมมตีตสฺส ๑ " เป็นต้น. ความพิสดารว่า ในปฐมโพธิกาล เมื่อสาวกของพระทศพลมีมาก หาประมาณมิได้. เมื่อพวกเทวดาและมนุษย์หยั่งลงสู่อริยภูมิ, เมื่อการเกิด ขึ้นแห่งพระคุณของพระศาสดาแผ่ไปแล้ว. ลาภสักการะเป็นอันมากเกิดขึ้น แล้ว. พวกเดียรถีย์ เป็นผู้เช่นกับแสงหิ่งห้อยในเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น เป็นผู้ เสื่อมลาภสักการะ. พวกเดียรถีย์เหล่านั้น ยืนในระหว่างถนน แม้ประกาศ ให้พวกมนุษย์รู้แจ้งอยู่อย่างนั้นว่า " พระสมณโคดมเท่านั้นหรือ เป็น พระพุทธเจ้า." แม้พวกเราก็เป็นพระพุทธเจ้า; ทานที่เขาให้แล้วแก่ พระสมณโคดมนั้นเท่านั้นหรือ มีผลมาก. ทานที่เขาให้แล้วแม้แก่เรา ทั้งหลายก็มีผลมากเหมือนกัน; ท่านทั้งหลาย จงให้ จงทำ แก่เราทั้งหลาย บ้าง " ดังนี้แล้ว ไม่ได้ลาภสักการะแล้ว ประชุมคิดกันในที่ลับว่า " พวกเรา พึงยังโทษให้เกิดขึ้นแก่พระสมณโคดม ในระหว่างมนุษย์ ทั้งหลาย พึงยังลาภสักการะให้ฉิบหายโดยอุบายอะไรหนอแล ? " กาลนั้น ในกรุงสาวัตถี มีนางปริพาชิกาคนหนึ่ง ชื่อว่าจิญจมาณวิกา เป็นผู้ทรง รูปอันเลอโฉม ถึงความเลิศด้วยความงาม เหมือนนางเทพอัปสรฉะนั้น, รัศมีย่อมเปล่งออกจากสรีระของนางนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ