เล่มที่ 41

ส่วนที่ 91

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 91 อ้างอิง: Book 41, Section 91 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็แต่เมื่อมีศรัทธาโอฬาร และโภคะก็โอฬาร เขาย่อมอาจทำกุศลให้มาก ได้ ฉันนั้น นางวิสาขาอุบาสิกาเป็นผู้เช่นนั้นแล, พระศาสดา ทรง หมายนางวิสาขานั้น จึงตรัสคำเป็นพระคาถาดังนี้ว่า:- "นายมาลาการพึงทำพวงดอกไม้ให้มาก จาก กองดอกไม้ แม้ฉันใด; มัจจสัตว์ผู้มีอันจะพึงตาย เป็นสภาพ ควรทำกุศลไว้ให้มาก ฉันนั้น." ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากได้เป็นอริยบุคคล มีโสดาบัน เป็นต้น, เทศนามีประโยชน์แก่มหาชนแล้ว ดังนี้แล. บาทพระคาถาว่า อติตฺตํเยว กาเมสุ ความว่า ผู้ไม่อิ่มในวัตถุ- กามและกิเลสกามทั้งหลายนั่นแล ด้วยการแสวงหาบ้าง ด้วยการได้เฉพาะ บ้าง ด้วยการใช้สอยบ้าง ด้วยการเก็บไว้บ้าง. บาทพระคาถาว่า อนฺตโก กุรุเต วสํ ความว่า มัจจุผู้ทำซึ่ง ที่สุด กล่าวคือมรณะ พานระผู้คร่ำครวญ ร่ำไร ไปอยู่ ให้ถึงอำนาจ ของตน. ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมาก บรรลุอริยผลทั้งหลาย มี โสดาปัตติผลเป็นต้น, เทศนาเป็นประโยชน์แก่มหาชน ดังนี้แล. ๙. เรื่องปัญหาของพระอานนทเถระ [๔๑] พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในกรุงสาวัตถี เมื่อจะทรงแก้ปัญหา ของพระอานนทเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ" เป็นต้น. ดังได้สดับมา พระเถระหลีกเร้นแล้วในเวลาเย็น คิดว่า "พระผู้มี- พระภาคเจ้า ตรัสกลิ่นสูงสุดไว้ ๓ อย่าง คือ 'กลิ่นเกิดจากราก กลิ่นเกิด จากแก่น กลิ่นเกิดจากดอก, กลิ่นของคันธชาตเหล่านั้นฟุ้งไปได้ตามลม เท่านั้น ไปทวนลมไม่ได้; กลิ่นของคันธชาตใด ฟุ้งไปได้แม้ทวนลม คันธชาตนั้น มีอยู่หรือหนอแล ?" ครั้งนั้น ท่านได้มีความคิดนี้ว่า "ประโยชน์อะไรของเราด้วยปัญหาที่จะวินิจฉัยด้วยตนเอง, เราจักทูลถาม พระศาสดานั่นแหละ (ดีกว่า) " ท่านเข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลถาม. เพราะ ๑ เหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ จึงกล่าวไว้ว่า "ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ ออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น, เข้าไปเฝ้าโดยทิสาภาค ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่. ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ได้กราบทูลคำนี้กะ พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "พระเจ้าข้า กลิ่นของคันธชาตเหล่าใดฟุ้งไปตามลม อย่างเดียว ฟุ้งไปทวนลมไม่ได้, คันธชาตเหล่านี้มี ๓ อย่าง. คันธชาต ๓ อย่างเป็นไฉน ? พระเจ้าข้า กลิ่นของคันธชาตเหล่าใด ฟุ้งไปตามลม ๑. อัง. ติก. ๒๐/๒๙๐.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ