เล่มที่ 41
ส่วนที่ 42
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 42 อ้างอิง: Book 41, Section 42 ประเภท: section
เนื้อหา
ไม่ได้แล้วจักไม่ไป, เราจักให้ถวายขนมแก่ท่านชิ้นหนึ่ง " แล้วจึงกล่าว กะภรรยาว่า "นางผู้เจริญ เธอจงทอดขนมชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่ง ให้แก่ สมณะแล้ว จงส่งท่านไปเสียเถอะ." นางหยอดแป้งลงในถาดกระเบื้อง นิดเดียว. (แต่ ) ขนม ( กลาย) เป็นขนมชิ้นใหญ่ ได้พองขึ้นเต็ม ทั่วทั้งถาด ตั้งอยู่แล้ว. เศรษฐีเห็นเหตุนั้น กล่าวว่า "(ชะรอย) หล่อนจักหยิบแป้งมากไป" ดังนี้แล้ว ตักแป้งหน่อยหนึ่งด้วยมุมทัพพี แล้ว หยอดเองทีเดียว. ขนมเกิดใหญ่กว่าขนมชิ้นก่อน. เศรษฐีทอด ขนมชิ้นใด ๆ ด้วยอาการอย่างนั้น, ขนมชิ้นนั้น ๆ ก็ยิ่งใหญ่โตทีเดียว. เขาเบื่อหน่าย จึงกล่าวกะภรรยาว่า "นางผู้เจริญ เธอจงให้ขนมแก่ สมณะนี้ชิ้นหนึ่งเถอะ." เมื่อนางหยิบขนมชิ้นหนึ่งจากกระเช้า, ขนม ทั้งหมดก็ติดเนื่องเป็นอันเดียวกัน. นางจึงกล่าวกะเศรษฐีว่า "นาย ขนมทั้งหมดติดเนื่องเป็นอันเดียวกันเสียแล้ว. ดิฉันไม่สามารถทำให้แยก กันได้." แม้เขากล่าวว่า " ฉันจักทำเอง." แล้วก็ไม่อาจทำได้. ถึงทั้ง สองคน จับที่ริม (แผ่นขนม) แม้ดึงออกอยู่ ก็ไม่อาจให้แยกออกจาก กันได้เลย. ครั้นเมื่อเศรษฐีนั้นปล้ำอยู่กับขนม ( เพื่อจะให้แยกกัน ), เหงื่อก็ไหลออกจากสรีระแล้ว. ความหิวกระหายก็หายไป. ลำดับนั้น เขากล่าวกะภรรยาว่า "นางผู้เจริญ ฉันไม่มีความต้องการขนมแล้ว, เธอจงให้แก่สมณะเถิด." นางฉวยกระเช้าแล้วเข้าไปหาพระเถระ. พระ- เถระแสดงธรรมแก่คนแม้ทั้งสอง, กล่าวคุณพระรัตนตรัย, แสดงผลทาน ที่บุคคลให้แล้วเป็นอาทิ ให้เป็นดังพระจันทร์ในพื้นท้องฟ้าว่า " ทานที่ บุคคลให้แล้ว ย่อมมีผล. ยัญที่บุคคลบูชา ย่อมมีผล." เศรษฐีฟังธรรม นั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใส กล่าวว่า " ท่านผู้เจริญ ท่านจงมานั่งฉันบน บัลลังก์นี้เถิด."
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ