เล่มที่ 40
ส่วนที่ 263
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 263 อ้างอิง: Book 40, Section 263 ประเภท: section
เนื้อหา
พระศาสดาทรงทราบว่า " จิตของพระจูฬปันถกขึ้นสู่วิปัสสนาแล้ว " จึงตรัสว่า " จูฬปันถก เธออย่าทำความหมายเฉพาะท่อนผ้านั้น ว่า ' เศร้าหมองแล้ว ติดธุลี; ' ก็ธุลีทั้งหลาย มีธุลีคือราคะเป็นต้น มีอยู่ใน ภายในของเธอ, เธอจงนำ (คือกำจัด) มันออกเสีย" ดังนี้แล้ว ทรง เปล่งพระรัศมี เป็นผู้มีพระรูปปรากฏดุจประทับนั่งตรงหน้า ได้ทรงภาษิต คาถาเหล่านี้ว่า "ราคะ ชื่อว่าธุลี, แต่เรณู (ละออง) ท่านหา เรียกว่า (ธุลี) ไม่: คำว่า "ธุลี" นั่นเป็นชื่อ ของราคะ; ภิกษุเหล่านั้น ละธุลีนั่นได้ขาดแล้ว อยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี. โทสะ ชื่อว่าธุลี, แต่เรณู (ละออง) ท่านหา เรียกว่า ( ธุลี) ไม่: คำว่า "ธุลี" นั่นเป็นชื่อ ของโทสะ; ภิกษุเหล่านั่น ละธุลีนั่นได้ขาดแล้ว อยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี. โมหะ ชื่อว่าธุลี, แต่เรณู (ละออง) ท่านหา เรียกว่า ( ธุลี) ไม่; คำว่า "ธุลี" นั่นเป็นชื่อ ของโมหะ; ภิกษุเหล่านั้น ละธุลีนั่นได้ขาดแล้ว อยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี." ในกาลจบคาถา พระจูฬปันถกบรรลุพระอรหัต พร้อมด้วย ปฏิสัมภิทาทั้งหลายแล้ว. ปิฎก ๓ มาถึงแก่ท่านพร้อมกับปฏิสัมภิทา ทีเดียว. ได้ยินว่า ครั้งดึกดำบรรพ์ ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงทำ ประทักษิณพระนคร เมื่อพระเสโท ๑ ไหลออกจากพระนลาต ๒ ทรงเอาผ้า สะอาดเช็ดที่สุดพระนลาต. ผ้าได้เศร้าหมองแล้ว. ท้าวเธอกลับได้ อนิจจสัญญาว่า ๓ "ผ้าสะอาดเห็นปานนี้อาศัยสรีระนี้ ละปกติแปรเป็น เศร้าหมองไปได้, สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ," เพราะเหตุนั้น ผ้า สำหรับเช็ดธุลีนั่นแล จึงเป็นปัจจัยของท่านแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ