เล่มที่ 39
ส่วนที่ 243
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 243 อ้างอิง: Book 39, Section 243 ประเภท: section
เนื้อหา
แต่อาจารย์พวกอื่นอีกกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ว่า ไปเถิดภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเข้าไปอาศัยเสนาสนะนั้นนั่นแหละ อยู่กันเถิด แล้วจึงตรัสว่า อนึ่งเล่า ภิกษุผู้อยู่ป่าควรรู้จักบริหาร. บริหารอย่างไร. บริ- หารอย่างนี้คือ แผ่เมตตา ๒ เวลา คือทำเวลาเย็นและเช้า ทำพระปริตร ๒ เวลา เจริญอสุภ ๒ เวลา เจริญมรณัสสติ ๒ เวลา และนึกถึงมหาสังเวควัตถุ ๘ ทั้ง ๒ เวลา ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ. อบายทุกข์ ๔ ชื่อมหาสังเวควัตถุ ๘. อีกนัยหนึ่ง ชาติชราพยาธิมรณะ ๔ อบายทุกข์เป็นที่ ๕ ทุกข์มีวัฏฏะ เป็นมลในอดีต ๑ ทุกข์มีวัฏฏะเป็นมูลในอนาคต ๑ ทุกข์มีการแสวงอาหารเป็น มูล ในปัจจุบัน ๑. พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้น ทรงบอกการบริหารอย่างนี้แล้ว จึ้งได้ตรัสพระสูตรนี้เพื่อเป็นเมตตา เพื่อเป็นพระปริตรและเพื่อฌานอันเป็น บาทแห่งวิปัสสนาแก่ภิกษุเหล่านั้น. พึงทราบการชี้แจงบทเหล่านั้นว่า เยน วุตฺตํ ยทา ยตฺถ ยสฺมา เจ และการชำระนิทาน ด้วยประการฉะนี้. มาติกาหัวข้อนั้นใด ข้าพเจ้าตั้งไว้ว่า เยน วุตฺตํ ยทา ยตฺถ ยสฺมา เจเตส ทีปนา นิทานํ โสธยิตฺวา. มาติกาหัวข้อนั้น เป็นอันข้าพเจ้ากล่าว พิศดารแล้ว โดยอาการทั้งปวง ด้วยกถามีประมาณเพียงนี้. บัดนี้ จะเริ่มพรรณนาความแห่งพระสูตรนั้น ที่ทำการชำระนิทานแล้ว อย่างนี้ เพราะข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า จึงจักทำการพรรณนาความแห่งพระสูตรนั้น ดังนี้. ในคาถานั้น จะเริ่มพรรณนาบทแห่งคาถานี้ว่า กรณียมตฺถกุสเลน ก่อน ดังนี้. บทว่า กรณียํ แปลว่า พึงทำ อธิบายว่า ควรแก่การทำ. ปฏิปทา ชื่อว่า อรรถ หรือประโยชน์เกื้อกูลแก่คนอย่างใดอย่างหนึ่งประโยชน์ เกื้อกูลนั้นทั้งหมด ท่านเรียกว่าอรรถะ เพราะไม่มีกิเลสดังข้าศึก ชื่อว่า อรณียะ เพราะอันบุคคลพึงเข้าถึง. อันผู้ฉลาดในประโยชน์ ชื่อว่า อัตถกุสละ ท่านอธิบายว่า อันผู้เฉียบแหลมในประโยชน์. บทว่า ยํ เป็นปฐมาวิภัตติแสดง ความไม่แน่นอน. บทว่า ตํ เป็นทุติยาวิภัตติแสดงความแน่นอน. หรือว่า คำว่า ยํ ตํ แม้ทั้งสอง เป็นปฐมาวิภัตติ. คำว่า สนฺตํ ปทํ เป็นทุติยาวิภัตติ. บรรดาคำทั้งสองนั้น ที่ชื่อว่า สันตะ เพราะเป็นลักษณะ. ที่มีชื่อว่าปทะ เพราะ อันบุคคลพึงถึง คำนี้เป็นชื่อของพระนิพพาน. บทว่า อภิสเมจฺจ แปลว่า บรรลุแล้ว. ผู้ใดย่อมอาจ เหตุนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า สักกะผู้อาจ. ท่านอธิบาย ว่า ผู้สามารถ ผู้อาจหาญ. บทว่า อุชุ ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความตรง. ผู้ใดตรงด้วยดีเหตุนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า สุหุชู ผู้ตรงด้วยดี. ความว่าง่ายมีในผู้ นั้น เหตุนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า สุวโจ ผู้ว่าง่าย. บทว่า อสฺส แปลว่าพึงมี พึงเป็น. บทว่า มุทุ ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความอ่อนโยน. ผู้ใดไม่มีอติมานะ เหตุนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า อนตินานี ไม่มีอติมานะ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ