เล่มที่ 39
ส่วนที่ 220
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 220 อ้างอิง: Book 39, Section 220 ประเภท: section
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงประโยชน์แห่งการเก็บทรัพย์ ๒ อย่าง ด้วย ๒ คาถา คือ ความประสงค์ที่จะพบประโยชน์ และความประสงค์ ที่จะหลีกจากสิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะตรัสย้ำประโยชน์ แม้ทั้ง ๒ นั้นนั่นแลแก่กุฎุมพีนั้น จึงตรัสว่า เอตทตฺถาย โลกสฺมึ นิธิ นาม นิธิยฺยติ ขุมพรัพย์เขาผังไว้ในโลกก็เพื่อประโยชน์อย่างนี้. คาถานั้นมีความว่า ประโยชน์นี้ใด คือ การพบประโยชน์และการ หลีกจากสิ่งที่มิใช่ประโยชน์ ทรงแสดงไว้ โดยนัยเป็นต้นอย่างนี้ว่า จักเป็น ประโยชน์แก่เรา และว่าจักเปลื้องเราซึ่งถูกกล่าวร้ายให้พ้นจากราชภัย. ธรรมดา ขุมทรัพย์ต่างโดยเงินทองเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง เขาฝังไว้ตั้งไว้ เก็บงำไว้ ในโอกาสโลกนี้ ก็เพื่อประโยชน์นั้น คือเพื่อทำกิจเหล่านั้น ให้สำเร็จไป. บัดนี้ เพราะเหตุที่ขุมทรัพย์นั้น แม้เข้าฝังไว้ดีแล้วอย่างนี้ ย่อมให้ สำเร็จประโยชน์ที่ประสงค์แก่ผู้มีบุญเท่านั้น ไม่สำเร็จประโยชน์แก่คนเหล่าอื่น ฉะนั้น เมื่อทรงแสดงประโยชน์จึงตรัสว่า ขุมทรัพย์ที่เขาฝังไว้เป็นอันดีในที่ลึกมีน้ำเป็นที่ สุดเพียงนั้น ขุมทรัพย์นั้นหาสำเร็จประโยชน์แก่เขาได้ ทั้งหมดในกาลทุกเมื่อทีเดียวไม่. คาถานั้น มีความว่า แม้ขุมทรัพย์นั้นเขาฝังไว้ดีถึงเพียงนั้น ท่าน อธิบายว่า แม้เขาขุดหลุมเก็บไว้อย่างดีเพียงนั้น เขาฝังไว้ดีอย่างไร. เขาฝังไว้ ในที่ลึกมีนี้เป็นที่สุด ท่านอธิบายว่าดีตราบเท่าที่นับได้ว่าฝังไว้ในที่ลึกมีน้ำเป็น ที่สุด. บทว่า น สพฺโพ สพฺพทาเยว ตสฺส ตํ อุปกปฺปติ ความว่า ขุมทรัพย์ย่อมไม่สำเร็จประโยชน์ ไม่สำเร็จผลแม้ทั้งหมด ท่านอธิบายว่า ไม่ สามารถทำกิจตามที่กล่าวมาแล้ว แก่บุรุษที่ฝังไว้ได้ทุกเวลา. คืออะไรเล่า คือ ว่า บางครั้งก็สำเร็จประโยชน์ บางครั้งก็ไม่สำเร็จประโยชน์เลย. ศัพท์ว่า ตํ ในคาถานั้น พึงเห็นว่าเป็นนิบาต ลงในอรรถว่าปทปูรณะทำบทให้เต็ม เช่นใน ประโยคเป็นต้นอย่างนี้ว่า ยถา ตํ อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ