เล่มที่ 39

ส่วนที่ 178

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 178 อ้างอิง: Book 39, Section 178 ประเภท: section


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสคุณของอริยสาวกแม้ยังถือภพ ๗ อยู่ ซึ่งเป็นสังฆรัตนะ โดยคุณที่แปลกจากบุคคลอื่น ๆ ที่ยังละการถือภพไม่ได้ อย่างนี้แล้ว บัดนี้ ทรงอาศัยคุณนั้นนั่นแล จึงทรงประกอบสัจจวจนะว่า อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ แม้อันนี้ ก็เป็นรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ นั้น. ความของสัจจวจนะนั้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวมาก่อนแล้วนั่นแล. พวก อมนุษย์ในแสนโกฏิจักรวาล ก็พากันยอมรับพุทธอาชญาแห่งพระคาถามิแล. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสสัจจวจนะ มีสังฆรัตนะเป็นที่ตั้ง โดย ที่แปลกจากบุคคลอื่น ที่ยังละการถือภพไม่ได้ของพระโสดาบันแม้ยังถือภพ ๗ ภพ อย่างนี้แล้ว บัดนี้ พระโสดาบันผู้ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ. ไม่ใช่ไม่ควรทำ อภิฐานะ ๖ อย่างเดียวก็หาไม่ ทั้งยังไม่ควรทำบาปกรรมแม้เล็กน้อยอะไร ๆ แล้ว ปกปิดบาปกรรมนั้นด้วย ดังนั้น จึงทรงเริ่มตรัสโดยคุณคือพระโสดาบันผู้ถึง พร้อมด้วยทัสสนะ แม้อยู่ด้วยความประมาท ก็ไม่มีการปกปิดกรรมที่ทำมาแล้ว ว่า กิญฺจาปิ โส กมฺมํ กโรติ ปาปกํ พระโสดาบันนั้น แม้ทำบาปกรรม ก็จริง. พระดำรัสนั้นมีความดังนี้ ถึงแม้ว่าพระโสดาบันนั้น ถึงพร้อมด้วย ทัสสนะ อาศัยการอยู่อย่างประมาท ด้วยหลงลืมสติ เว้นสิกขาบทที่เป็นโลก- วัชชะ ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงการจงใจล่วงละเมิดตรัสไว้ว่า สิกขา บทใด เราบัญญัติแก่สาวกทั้งหลาย สาวกทั้งหลายย่อมไม่ล่วงละเมิดสิกขาบท นั้นของเรา แม้เพราะเหตุแห่งชีวิตดังนี้. ย่อมทำบาปกรรมอย่างอื่นทางกาย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงรังเกียจ กล่าวคือการล่วงละเมิดสิกขาบทที่เป็นปัณณติวัชชะ มีกุฏิการสิกขาบทและสหเสยยสิกขาบทเป็นต้นก็ดี ทำบาปกรรมทางวาจา มีสอน ธรรมแก่อนุปสัมบันว่าพร้อมกัน แสดงธรรมแก่มาตุคามเกิน ๕ - ๖ คำ การพูด เพ้อเจ้อ พูดคำหยาบเป็นต้นก็ดี ทำบาปกรรมทางใจ ไม่ว่าในที่ไหน ๆ คือ การทำให้เกิดโลภะ โทสะ การยินดีทองเป็นต้น การไม่พิจารณาเป็นต้นในการ บริโภคจีวรเป็นอาทิก็ดี พระโสดาบันนั้น ก็ไม่ควรปกปิดบาปกรรมนั้น คือ พระโสดาบันนั้น รู้ว่ากรรมนี้ไม่สมควร ไม่ควรทำ ก็ไม่ปกปิดบาปกรรมนั้น แม้แต่ครู่เดียว ในทันใดนั้นเอง ก็กระทำให้แจ้งคือเปิดเผยในพระศาสดา หรือ ในเพื่อนสพรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนแล้ว กระทำคืนตามธรรม หรือระวังข้อที่ ควรระวัง อย่างนี้ว่าข้าพเจ้าจักไม่ทำอีก. เพราะเหตุไร. เพราะเหตุว่า พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความที่พระโสดาบันผู้เห็นบทคือพระนิพพานแล้ว ไม่ ควรปกปิดบาปกรรม อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความที่บุคคล ผู้ เห็นบทคือพระนิพพาน ผู้ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ ไม่ควรที่จะทำบาปกรรมแม้ เห็นปานนั้น แล้วปกปิดบาปกรรมนั้นไว้. ตรัสไว้อย่างไร. ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เด็กเยาว์อ่อนนอนหงาย เอามือเอาเท้าเหยียบถ่านไฟ ย่อมหดกลับฉันพลัน ฉัน ใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถึงแม้ว่า พระโสดาบันต้อง อาบัติเห็นปานนั้น การออกจากอาบัติเห็นปานนั้น ย่อม ปรากฏ ที่นั้นแหละพระโสดาบันย่อมรีบแสดง เปิด เผย ทำให้ง่าย ในพระศาสดาที่รอในเพื่อนสพรหมจารี ผู้เป็นวิญญูชน ครั้นแล้วก็สำรวมระวังต่อไป นี้เป็น ธรรมดาของบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ก็ฉันนั้น เหมือนกัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ