เล่มที่ 39
ส่วนที่ 172
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 172 อ้างอิง: Book 39, Section 172 ประเภท: section
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้น ตรัสคุณของสังฆรัตนะ โดยพระขีณาสว- บุคคล ผู้เสวยผลสมาบัติอย่างนี้แล้ว บัดนี้ทรงอาศัยคุณนั้นนั่นแล จึงทรง ประกอบสจัจวจนะ ว่า อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ แม้อันนี้ ก็เป็น รัตนะอันประณีตในพระสงฆ์ ความแห่งสัจจวจนะนั้น พึงทราบตามนัยที่กล่าว ก่อนแล้ว พวกอมนุษย์ในแสนโกฏิจักรวาล ก็พากันยอมรับพุทธอาชญาแห่ง พระคาถาแม้นี้แล. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้น ตรัสสัจจวจนะมีสังฆรัตนะเป็นที่ตั้ง โดย ขีณาสวบุคคล อย่างนี้แล้ว ทรงเริ่มตรัส โดยคุณของพระโสดาบันเท่านั้นว่า ยถินฺทขีโล เป็นต้น. ในคำนั้น บทว่า ยถา เป็นคำอุปมา. คำว่า อินฺทขีโล นี้ เป็นชื่อของเสาไม้แก่นที่เขาตอกจมดิน ๘ ศอก หรือ ๑๐ ศอก ภายในธรณีประตู เพื่อป้องกันประตูพระนคร. บทว่า ปวึ แปลว่า แผ่นดิน บทว่า สิโต ได้แก่ เข้าไปอาศัยอยู่ข้างใน. บทว่า สิยา แปลว่า พึงเป็น. บทว่า จตุพฺภิ เวเตหิ แปลว่า อันลมที่พัดมาแค่ ๔ ทิศ. บทว่า อสมฺ- ปิกมฺปิโย ได้แก่ไม่อาจให้ไหว หรือขยับเขยื้อนได้. บทว่า ตถูปมํ แปลว่า เหมือนคนนั้น. บทว่า สปฺปุริสํ ได้แก่ บุรุษสูงสุด บทว่า วทามิ แปลว่า กล่าว บทว่า โย อริยสจิจานิ เชอเวจฺจ ปสฺสติ แปลว่า ผู้ใดหยั่งเห็น อริยสัจ ๔ ด้วยปัญญา. ในข้อนั้น อริยสัจทั้งหลาย พึงทราบตามนัยที่กล่าว ไว้แล้วในกุมารปัญหา และคัมภีร์วิสุทธิมรรคนั่นแล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ